คณะกรรมการ สพภ. (BEDO) ลงพื้นที่บ้านบุญแจ่ม ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง ชมการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซา

ข่าวและกิจกรรม

11 สิงหาคม 2563

51

คณะกรรมการ สพภ. (BEDO) ลงพื้นที่บ้านบุญแจ่ม ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง ชมการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซา

        เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการ สพภ. คณะผู้บริหาร และคณะสื่อมวลชน โดยการนำของ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการ สพภ. นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) ลงพื้นที่เป็นวันที่ 2 ที่บ้านบุญแจ่ม ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่ มี นายจิรพัฒน์ แจ่มรัตนโสภิณ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านบุญแจ่ม และ นายนพพร มิ่งสุวรรณ ผู้แทนชุมชนกล่าวต้อนรับคณะ และแนะนำชุมชน

        ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการ สพภ. กล่าวเปิดงาน ว่า วันนี้กรรมการ BEDO ได้นำกิจกรรม CEO Meet Local จังหวัดแพร่ วาเป็นการลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจและขยายแนวคิดการดำเนินงานของชุมชนเด่นที่ใช้ทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาสร้างเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นบนฐานการขับเคลื่อนในการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนเริ่มจาก ห้อม พืชพื้นเมือง ภูมิปัญญา และการอนุรักษ์ตันน้ำ และการพลิกผืนป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการนำเทคโนโลยีการเพาะเห็ดไมคอร์ไรชาแบบจำลองธรรมชาติ มาส่งเสริมให้ชุมชนปลูกและดูแลต้นไม้ที่จูงใจด้วยการใส่เชื้อเห็ดป่าไมคอร์ไรซา ที่ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตและมีผลผลิตเป็นเห็ด ช่วยสร้างรายได้สู่ครอบครัวและชุมขนอันเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

        จากนั้นเป็นกิจกรรมและเสวนาแลกเปลี่ยน “บทเรียนความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน อย่างยั่งยืน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ มีรายได้ มีความสุข” โดย นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นางสุภารัตน์ การะเกตุ ประธานสตรีอำเภอเด่นชัย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จ.แพร่ นายนพพร มิ่งสุวรรณ ผู้แทนชุมชนคณะกรรมการ สพภ.

        คณะผู้บริหาร และคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมแปลงต้นแบบการเพาะขยายเห็ดไมคอร์ไรซา และร่วมรับฟังการบรรยาย/สาธิตการเติมเชื้อเห็ดในไม้เศรษฐกิจร่วมกับชุมชน และปลูกต้นไม้ โดย ดร.วรรณา มังกิตะ นักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ดร.สุจิตรา โกศล นักวิจัย (วว.)

        นายนพพร มิ่งสุวรรณ ผู้แทนชุมชนบ้านบุญแจ่ม ซึ่งมีศูนย์การเรียนรู้เพาะเห็ด และเป็นเจ้าของแปลงต้นแบบการเพาะขยายเห็ดป่าแบบจำลองธรรมชาติ ณ บ้านบุญแจ่ม ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เนื้อที่ 2 งาน เล่าว่า เดิมทีชุมชนมีการเก็บเห็ดในป่ามาบริโภคเป็นประจำทุกปีตามฤดูกาล และช่วงแรกที่ทำงานรวมกับโครงการ ก็ยังไม่มั่นใจว่าต้นไม้จะอยู่กับเห็ดอย่างไร ต้นไม้จะโตเร็วขึ้นอย่างไร แต่พอทำงานร่วมกับการวิจัยก็พบว่า การเติมซื้อเห็ดไมคอร์ไรชาในต้นไม้  แม้เห็ดยังไม่ออก แต่ต้นไม้โตเร็วอย่างเห็นได้ชัต ไม่ค่อยเป็นโรค ทำให้ค่าใช้จ่ายดูแลลดลง อย่างเช่น ต้นแคที่ปลูกในแปลงเจริญเติบโตเร็วมาก เมื่อเทียบกับไม่เติมเชื้อ และยังสามารถ เก็บดอกแคบ้านได้มากถึงเดือนละ 10 กิโลกรัม และสามารถเก็บยอดผักกูด ทุก 2 ครั้ง/อาทิตย์ ราว 1.3 กิโลกรัม และเพื่อนบ้านและคนในชุมชนก็เข้ามาเห็น เข้ามาสอบถามและกลับไปทดลองด้วยตัวเอง เพราะเห็นประโยชน์

        อย่างไรก็ตาม BEDO ตั้งเป้าหมาย ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการเผาป่าหาเห็ดในธรรมชาติ ด้วยการส่งเสริมให้ชุมชนเพาะเห็ดป่าร่วมกับการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ โดยขยายผลจัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรชาแบบจำลองธรรมชาติทั่วประทศ หลังดำเนินการใน 5 จังหวัด

        นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) กล่าวว่า “บ้านบุญแจ่ม” เป็น 1 ใน 4 ชุมชนต้นแบบ การเพาะขยายเห็ดป่าไมคอร์ไรซาแบบจำลองธรรมชาติ ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซาแบบจำลองธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง BEDO วว. และมหาวิทยาลัยแม่โจ้–แพร่ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อศึกษาวิจัยหาแนวทางในการเพาะเห็ดป่าร่วมกับการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาแหล่งอาหาร พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ร่วมกับการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

        ประเด็นที่ 1 สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว โดยมีแนวทางในการส่งเสริมให้ชุมชนต่าง ๆ เพาะเห็ดป่าร่วมกับการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ดังนี้ (1) การปลูกไม้ผลและไม้ดอกเศรษฐกิจร่วมกับการเพาะเห็ดตับเต่า เช่น ลำไย หว้า มะม่วง ขนุน อโวกาโด หางนกยูง น้อยหน่า และแคบ้าน เป็นต้น (2) การปลูกไม้ป่าเศรษฐกิจ (ไม้วงศ์ยาง Dipterocarpaceae) ร่วมกับการเพาะ เห็ดเผาะ เช่น ยางนา ยางเหียง ยางพลวง เต็ง รัง และพะยอม เป็นต้น ซึ่งกล้าไม้ที่ได้รับการใส่เชื้อเห็ดป่าไมคอร์ไรซาจะเจริญเติบโตได้ดีกว่ากล้าไม้ที่ไม่ได้ใส่เชื้อเห็ดฯ 2–3 เท่า และเมื่อต้นไม้อายุครบ 3 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต เห็ดป่า 0.5 กิโลกรัม/ต้น และในปี 2562–2563 ได้มีการขยายผลจัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซาแบบจำลองธรรมชาติ มีเกษตรกรเข้ารับการถ่ายทอดฯ จำนวนรวม 807 คน จากพื้นที่ 5 จังหวัด (แพร่ น่าน พะเยา ลำปาง และเพชรบูรณ์) มีการปลูกต้นไม้ป่าเศรษฐกิจและไม้ผล ที่ใส่เชื้อเห็ดไมคอร์ไรซารวม 40 ชนิด จำนวนรวม 17,163 ต้น

        ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ประเทศไทย (วว.) เผยว่า ปีงบประมาณ 2562 สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ.ขอสนับสนุนงบประมาณผ่านแผนบูรณาการวิจัย ซึ่งมี วช เป็นเจ้าภาพ ซึ่งต้องเน้นการทำงานตามความต้องการของพื้นที่และต้องเกิดผลลัพธ์ที่สามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อชุมนท้องถิ่น โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ นำเสนอแผนบูรณาการวิจัยเพื่อตอบสนองต่อการใช้ประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น โดยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ป่าไม้ รวมทั้งป่าชุมชนที่มีต่อวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมชนบท ชุมชนในท้องถิ่น เนื่องจากชาวบ้านอาศัยพื้นที่ป่าในการเก็บหาอาหาร เช่น เห็ดป่า และพืชผักที่เจริญในป่า

        ทั้งนี้เพื่อบริโภคในครัวเรือนและถ้าหากเก็บได้ปริมาณมากก็จะนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งการพึ่งพาอาศัยป่าไม้ของประชาชนในลักษณะเช่นนี้ จะมีอยู่ตลอดทั้งปี โดยในช่วงฤดูฝนผลผลิตจากป่าที่เป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้ไม่น้อย คือ เห็ดป่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเห็ดไมคอร์ไรซา เช่น เห็ดเผาะ เห็ดระโงก เห็ดตะไคล เห็ดน้ำหมาก เห็ดน้ำแป้ง เห็ดถ่าน เป็นต้น ส่วนในฤดูแล้ง ได้แก่ ผักหวานและไข่มดแดง การเก็บหาของป่านั้นปรากฏสืบทอดมาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่เนื่องจากการให้ผลผลิตของเห็ดป่าในป่าตามธรรมชาติยังไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมตามธรรมชาติ ประกอบกับผลผลิตยังไม่มากพอที่จะก่อให้เกิดมั่นคงของรายได้ อีกทั้งยังไม่สร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจให้กับราษฎรและการใช้ทรัพยากรป่าไม้ ยังไม่เป็นไปในรูปแบบในเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

        ดังนั้น สพภ. และหน่วยงานในความร่วมมือจึงร่วมกันดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ซาแบบจำลองธรรมชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อศึกษาวิจัยหาแนวทางสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และรู้จักการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพท้องถิ่นของชุมชนอย่างชาญฉลาด ตลอดจนสามารถนำไปใช้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน และเป็นการสร้างป่าไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ต้นน้ำอย่างยั่งยืน


แหล่งข้อมูล : https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1425632/