BEDO เข้าร่วมรับฟัง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบนโยบาย

ข่าวและกิจกรรม

29 สิงหาคม 2562

107

BEDO เข้าร่วมรับฟัง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบนโยบาย

BEDO เข้าร่วมรับฟัง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8 ข้อ ชู 4 ด้านเร่งด่วน แก้ภัยแล้ง ลดปริมาณขยะ รักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน วันที่ 29 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00 น. ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการของรัฐบาล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยนางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ นายอุทัย เอื้ออารีย์จิต รองผู้อำนวยการ สพภ. ผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังแนวนโยบายฯ ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 และมอบนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้กำหนดเป้าหมายที่จะพัฒนาประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และนโยบายรัฐบาลนโยบายหลัก 12 ด้าน ด้านที่ 10 ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้กล่าวมอบนโยบายการดำเนินงานด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 8 ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการ ดังนี้ ๑. ปกป้อง รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า อย่างจริงจัง ๒. ปรับปรุงระบบที่ดินทำกิน และลดความเหลื่อมล้ำ ในการถือครองที่ดิน ๓. ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำ ทั้งระบบแหล่งน้ำชุมชน และทะเล ๔. สร้างความมั่นคง ของฐานทรัพยากรแร่ และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อการพัฒนาประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ๕. แก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๖. พัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ๗. พัฒนากลไก แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๘. แก้ไขปัญหาการจัดการขยะ และของเสียอย่างเป็นระบบ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายและเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญ ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ดำเนินการตามแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ปี ประกอบด้วย 6 ข้อ ได้แก่ ๑) เร่งรัดการขุดเจาะบ่อบาดาล ในพื้นที่วิกฤติเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ให้กับประชาชน ๒) สร้างความมั่นคงด้านน้ำ โดยยกระดับมาตรฐานประปาหมู่บ้าน ประชาชนเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดอย่างทั่วถึง ๓) อนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษา แม่น้ำและคูคลอง ทั่วประเทศ ๔) สนับสนุนการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยประยุกต์ศาสตร์พระราชา ปราชญ์ท้องถิ่น และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ๕) วางแผนบริหารจัดการน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำเสีย ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต และ ๖) พัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนในฤดูฝนที่จะมาถึง และป้องกันปัญหาภัยแล้งในปีต่อไป ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย 6 ข้อ ได้แก่ ๑) เพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียวตามเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ ๒) ขึ้นทะเบียนพื้นที่ป่าและป่าชายเลน ให้เป็นมรดกโลก ๓) จัดทำแนวเขตธรรมชาติเพื่อกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างสัตว์ป่าและประชาชน ๔) สำรวจและจัดที่ดินทำกิน ให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าโดยการใช้กลไก คทช. ๕) พิจารณาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของกฎหมายที่ดิน เช่น พื้นที่ป่า กับพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นต้น ๖) เร่งรัดการกำหนดมาตรการ คุ้มครอง และป้องกัน การสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลหายาก และ ๗) จัดทำแผนป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่งทะเล อย่างยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 2 ข้อ ได้แก่ ๑) แก้ไขปัญหาขยะ ขับเคลื่อนการลดพลาสติก และงดใช้โฟม อย่างจริงจัง ห้ามการนำเข้าขยะพลาสติก หรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากต่างประเทศ และ ๒) ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง ในพื้นที่ ๙ จังหวัดภาคเหนือ และพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้ง ปัญหาฝุ่นละออง (PM10 และ PM 2.5 ) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จังหวัดสระบุรี และเมืองใหญ่ต่าง ๆ ด้านการสร้างจิตสำนึก และการมีส่วนร่วมของประชาชน ประกอบด้วย 3 ข้อ ได้แก่ ๑) ส่งเสริมเครือข่าย ทสม. รสทป. และ เครือข่ายภาคประชาชนอื่น ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒) สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางประชารัฐ และ ๓) ปรับปรุง กฎ ระเบียบที่ล้าสมัยและเป็นปัญหาอุปสรรค ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการพัฒนาประเทศตามแนวทางประชารัฐ ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริหารข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อมนำ “หลักราชการ”ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรม ในวิชาชีพข้าราชการที่สำคัญยิ่ง ที่พึงยึดถือเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ ๑๐ ประการ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานตามภารกิจหน้าที่ตามที่ได้กล่าวมาให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความยั่งยืนต่อไป ท้ายสุด พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจ ให้กับผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกคน ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติสืบไป สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการและปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ อาทิ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ได้ดำเนินการทวงคืนพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุกจากนายทุน จำนวนกว่า 8 แสนไร่ จัดที่ดินทำกินให้กับประชาชนภายใต้โครงการ คทช. กว่า 7 แสน 2 หมื่นไร่ ประชาชนมีที่ดินทำกินกว่า 8 หมื่น 4 พันราย จัดตั้งป่าชุมชน ป่าในเมือง ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้พัฒนาระบบกระจายน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 9 แสน 4 หมื่นครัวเรือน และด้านสิ่งแวดล้อม ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชน โดยจัดทำ Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย จัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ สามารถกำจัดขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ได้กว่า 10 ล้านตัน เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีเป้าหมายดำเนินการในการ ฟื้นฟู อนุรักษ์ รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสมดุล ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนี้ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ 1. การเร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล โดยมีพื้นที่เป้าหมาย ดังนี้ - ภาคกลาง จำนวน 12 พื้นที่ รวม 8 จังหวัด - ภาคตะวันตก จำนวน 5 พื้นที่ รวม 4 จังหวัด - ภาคใต้ จำนวน 23 พื้นที่ รวม 10 จังหวัด - ภาคเหนือ จำนวน 30 พื้นที่ รวม 16 จังหวัด - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 27 พื้นที่ รวม 17 จังหวัด 2. การบูรณาการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่า (ช้าง ลิง) ออกนอกพื้นที่ป่า 3. การเพิ่มพื้นที่ป่า /ผลักดันการเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ป่าชายเลนระนอง เป็นมรดกโลก รวมถึงอุทยานธรณีโลก/ถ้ำ 4. รักษาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน โดยบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง 5. สนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าฯ และการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อม 1. ผลักดัน/การขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะ และขยะพลาสติก อย่างครบวงจร 2. บูรณาการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละออง (PM 2.5) 3. บูรณาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ตามเป้าหมาย NDC 20% (111 ล้านตัน) ภายในปี พ.ศ. 2573 การปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4. การก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยและน้ำเสียชุมชนให้ครอบคลุมพื้นที่วิกฤต 5. การสร้างจิตสำนึกสิ่งแวดล้อมทุกภาคส่วน 6. การใช้มาตรการทางภาษี/มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ ด้านทรัพยากรน้ำ 1. บูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในพื้นที่วิกฤต 2. บูรณาการการจัดการทรัพยากรน้ำกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ