ภาครัฐและภาคเอกชน ทำโครงการ “ชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว” ใช้เป็นกลไกที่เสริมกำลังให้กับเศรษฐกิจฐานราก พร้อม ทดลองใช้แอปพลิเคชัน "ชุมชนไม้มีค่า" จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือน ก.ย.นี้

ข่าวและกิจกรรม

16 สิงหาคม 2562

76

ภาครัฐและภาคเอกชน ทำโครงการ “ชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว” ใช้เป็นกลไกที่เสริมกำลังให้กับเศรษฐกิจฐานราก พร้อม ทดลองใช้แอปพลิเคชัน "ชุมชนไม้มีค่า" จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือน ก.ย.นี้

              นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ เบโด้ ร่วมกับ ภาครัฐ และภาคเอกชน 11 หน่วยงาน ทำโครงการ “ชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว” ตามหลัก BEDO Concept ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก (สวนสัตว์) จังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ให้ความสำคัญเสริมกำลังให้กับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีทรัพยากรที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสินทรัพย์ เกิดการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้เติมเต็มพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ร้อยละ 15 ตามนโยบายของรัฐบาล ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกไม้ต่างๆ ิโดยเฉพาะไม้เศรษฐกิจในที่ดินกรรมสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่พื้นที่ต้องไม่อยู่ในเขตป่าของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งขาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยส่งเสริมให้เจ้าของพื้นที่ปลูกพันธุ์กล้าไม้ที่มีความสมบูรณ์และมีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการปลูกพืชทุกระดับชั้นและปลูกพืชพื้นล่าง เช่น สมุนไพร ไม้ดอก ไม้หัว พืชผักพื้นบ้านให้สามารถเก็บกินเก็บขายได้ ควบคู่กับส่งเสริมและสนับสนุนแหล่งพันธุกรรมเพื่อการอนุรักษ์ เช่น ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เป็นแหล่งวัตถุดิบแล้วนำมาต่อยอดเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์และบริการใน 3 ด้าน คือ ใช้ความหลากหลายทางชีวภาพหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองเป็นองค์ประกอบหลัก // มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม และสุดท้าย ปันรายได้กลับไปอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชนท้องถิ่นของตนเอง 


               ด้าน นายไกรรพ พงศ์พิบูลเกียรติ นักภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากรากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า กล่าวว่า จิสด้า และ เบโด้ ได้ทำแอปพลิเคชัน "ชุมชนไม้มีค่า" ที่อยู่ระหว่างการเปิดทดลองใช้งานสามารถดูข้อมูลได้เพียงในพื้นที่ภาคกลางเท่านั้น โดยจะดูแผนที่ได้ครอบคลุมทั่วประเทศช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ แล้วจะเปิดตัวใช้งานอย่างเป็นทางการเดือนกันยายนนี้ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้ใช้สนับสนุนข้อมูลผ่านระบบดาวเทียมที่สามารถติดตามความคืบหน้าหลังการปลูกไม้มีค่า เพื่อให้เห็นพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ที่ปลูกว่าเพิ่มขึ้นมากน้อยอย่างไร ควบคู่กับใช้ป้องกันไม่ให้ประชาชนรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่เขตป่าด้วย

http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190814144720231