BEDO ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน เรื่อง “ผึ้งชันโรง”

ข่าวและกิจกรรม

21 มิถุนายน 2562

93

BEDO ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน เรื่อง “ผึ้งชันโรง”

ชันโรง (Stingless bees) เป็นแมลงในกลุ่มเดียวกับผึ้งแต่ไม่มีเหล็กใน พบได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย เป็นแมลงผสมเกสร (Insect pollinators) ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้และระบบนิเวศเกษตร ในด้านการผสมเกสร ช่วยให้การติดเมล็ดพันธุ์พืชมีความสมบูรณ์ ผลผลิตมีคุณภาพ รูปทรงไม่บิดเบี้ยว เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้ และแมลงผสมเกสรยังเป็นตัวชี้วัดของการใช้สารเคมีฆ่าแมลงในพื้นที่ปลูก ถ้ามีการใช้สารเคมีทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น จำนวนแมลงผสมเกสรลดลง เกิดความสูญเสียสมดุลทางธรรมชาติ ผึ้งชันโรงนอกจากเป็นแมลงผสมเกสรที่ดีแล้ว ยังให้ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น น้ำผึ้งชันโรง ชันผึ้ง และเกสรผึ้ง จากการสัมภาษณ์ประสบการณ์ของผู้เพาะเลี้ยงผึ้งชันโรงและผู้สนใจทั่วไปที่ทานน้ำผึ้งชันโรงเป็นประจำทุกวัน พบว่าอาการปวดศีรษะ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากโรคความดันโลหิตสูงดีขึ้น บางท่านป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร ปวดท้องบ่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อดีขึ้น และในบางท่านมีอาการระคายคอ ได้มีโอกาสรับประทานน้ำผึ้งชันโรงตอนเช้า 1 ช้อนชา และตอนเย็นอีก 1 ช้อนชา สามารถช่วยบรรเทาอาการระคายคอ ทำให้ชุ่มคอและหายจากอาการไอ น้ำผึ้งชันโรงจึงมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพอีกประเภทหนึ่งได้ ในประเทศไทยพบผึ้งชันโรงจำนวน 34 ชนิด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบ 11 ชนิด การกระจายตัวของแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของพืชอาหารและระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล


สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัย โครงการรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์ผึ้ง ในปีงบประมาณ 2561 โดยได้ทำการรวบรวมชนิดพันธุ์ผึ้งชันโรงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม 2561 พบชันโรงทั้งหมด 11 ชนิด แต่ละชนิดพบอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกันตามระดับความสูงจากน้ำทะเล และพบว่ามีผึ้งชันโรง 2 กลุ่มที่สามารถทำการเพาะเลี้ยงเชิงอุตสาหกรรมได้ดี คือ ผึ้งชันโรงกลุ่ม Tetragonula และกลุ่ม Lepidotrigona โดยผึ้งชันโรงกลุ่ม Tetragonula เป็นผึ้งชันโรงขนาดเล็ก สามารถเพาะเลี้ยงได้ทุกระดับความสูงของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน และกลุ่ม Lepidotrigona เป็นผึ้งชันโรงปากแตร มีขนาดลำตัวใหญ่ขึ้นมากว่าผึ้งชันโรงกลุ่มแรก สามารถเพาะเลี้ยงได้เฉพาะพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลสูงกว่า 650 เมตร


จากผลการศึกษาวิจัยโครงการดังกล่าว สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน เรื่อง “ผึ้งชันโรง” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 - 15 มิถุนายน 2562 โดยมี นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ นายพงศ์ชัย ไชยพิเศษ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมการฝึกอบรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นักศึกษา และผู้ที่ให้ความสนใจ จำนวนกว่า 60 คน 


กิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ผลงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน เรื่อง “ผึ้งชันโรง” ฝึกอบรมโดย รศ.ดร.จิราพร กุลสาริน และทีมวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยแบ่งการฝึกอบรมฯ ออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ คือ 


1) ความสำคัญและการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรง เช่น ความสำคัญและประโยชน์ของผึ้งชันโรง เทคนิคการต่อรังจากโพรงไม้ในธรรมชาติ เทคนิคการผ่าแยกรังชันโรงและการเก็บน้ำผึ้งชันโรง สาธิตและฝึกปฏิบัติการต่อรังจากโพรงไม้ในธรรมชาติ การผ่าแยกรังชันโรงและเก็บน้ำผึ้งชันโรงจากรังเลี้ยง 

2) การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง เช่น ความสำคัญและประโยชน์จากน้ำผึ้งชันโรง ความสำคัญและประโยชน์จากชันของผึ้งชันโรง สาธิตและฝึกปฏิบัติแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งและชันของชันโรง ซึ่งการเผยแพร่ความรู้นี้เป็นการนำองค์ความรู้จากงานศึกษาวิจัย กลับไปสู่การใช้ประโยชน์ของชุมชน และให้ชุมชนใช้ทรัพยากรชีวภาพชุมชนอย่างยั่งยืน