ทรัพยากรชีวภาพสัตว์

ปลิงทะเล

ชื่อท้องถิ่น: ปลิงทะเล
ชื่อสามัญ:-
ชื่อวิทยาศาสตร์:-
ชื่อวงศ์:-
ประเภทสัตว์:สัตว์น้ำ
ลักษณะสัตว์:

ปลิงทะเล (sea cucumber)เป็นสัตว์ทะเลที่ไร้กระดูกสันหลังชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเอคไคโนเดิร์มซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับดาวทะเล,หอยเม่น เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีรูปร่างกลมยาว คล้ายไส้กรอกขนาดใหญ่ ปลายทั้งสองข้างเป็นช่องเปิดของปากและทวาร ผิวหนังส่วนนอกคล้ายเนื้อยืดหยุ่นได้ ภายในผิวหนังมีตุ่มเม็ดหินปูนกระจายอยู่ทั่วไปตามผิวนอกมีติ่งเนื้อเล็ก ๆ คล้ายหนวดสั้น ๆ เรียงอยู่เป็นแถว ทำหน้าที่ช่วยในการหายใจและเคลื่อนไหว ปากของปลิงทะเลอยู่ตอนปลายสุดด้านที่มีหนวดลักษณะคล้ายต้นไม้ล้อมรอบ ทำหน้าที่ในการหาอาหาร โดยใช้หนวดขุดโคลนตมหน้าดินเข้าปากผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และกากที่เหลือจะถ่ายออกทางช่องก้นซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง ทวารของปลิงทะเลเป็นช่องเล็ก ๆ ทำหน้าที่ในการขับถ่ายของเสีย หายใจ เป็นทางออกของเชื้ออสุจิ ปลิงมีสารพิษ โฮโลทูลิน ซึ่งปล่อยออกทางผิวหนัง ใช้ในการป้องกันอันตรายจากปลาและปู ถ้าหากนำปลิงทะเลไปใส่ในตู้เลี้ยงปลามันจะปล่อยสารพิษดังกล่าวออกมามากจนทำให้ปลาตายได้ ถิ่นอาศัย พบตามพื้นทะเลที่เป็นทรายปนโคลนใน อ่าวไทยและทะเลอันดามัน อาหาร กินอินทรีย์วัตถุตามพื้นดินโคลนและทราย ขนาด มีความยาวประมาณ 30–40 ซม. ประโยชน์ เนื้อปลิงใช้ปรุงอาหารได้


ปลิงทะเล เป็นสัตว์น้ำเค็มชนิดหนึ่งซึ่งผู้นิยมบริโภคโดยเฉพาะชาวจีน ปลิงทะเลเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ใน Phylum Echinodermata, Class Holothuroidea อาศัยอยู่ตามก้นทะเล โดยฝังตัวขุดรูอยู่ในโคลน ทราย หรืออาศัยอยู่ตามกอสาหร่ายทะเล ปะการัง มีขนาดรูปร่างแตกต่างกัน โดยทั่ว ๆ ไปมีรูปร่างทรงกระบอก ยาวคล้ายถุง มีปากและช่องขับถ่ายอยู่ที่ปลายส่วนหัวและหาง รอบ ๆ ปากมีหนวด (tentacles) หนวดมีจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของปลิงทะเล เช่น สกุล Cucumaria thyone มีหนวด 10 เส้น สกุล Holothuria มีหนวด 20-30 เส้น เป็นต้น ผิวตัวของปลิงทะเลอาจจะนุ่ม มีลักษณะบางโปร่งแสง หรือหนาทึบแสง บางชนิดผิวเรียบ แต่ปกติมักจะมีปุ่มยื่นออกมาคล้าย หูด ที่บริเวณผิวตัวจะมีสปิคุล (spicules) ซึ่งเป็นแผ่นโครงร่าง (skeletal plates) ลักษณะของสปิคุลใช้ในการจำแนกชนิดของปลิงทะเล ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสปิคุลแตกต่างกันออกไป บางชนิดสปิคุลจะมีลักษณะคล้ายรูปสมอเรือ เช่น สกุล Holothuria ในการศึกษาสปิคุลของปลิงทะเลโดยแช่ชิ้นของผิวตัวที่ตัดมาจากปลิงทะเลในโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ จนส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อยุ่ยสลายออก ตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน รินส่วนที่เป็นสารละลายทิ้งล้างไขมันที่ติดมาด้วยปิโตรเลียมอีเทอร์จนหมด ล้างตะกอนด้วยน้ำกลั่นหลาย ๆ ครั้ง จนสะอาดแล้วนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
ปลิงทะเลกินอาหารประเภทแพลงก์ตอน และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น โปรโตซัว สาหร่ายทะเล และไดอะตอม ใช้หนวดพุ่มไม้จับอาหารโดยอาศัยเมือกหนียว ซึ่งฉาบอยู่ตามผิวหนวด คอยดักอาหารที่ผ่านมากับน้ำ และอาหารประเภทอินทรีสารที่ตกอยู่ใต้ท้องน้ำ ซึ่งมักจะปนไปกับโคลนและทรายที่มันฝังตัวอยู่
     การแพร่กระจายของปลิงทะเล อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลในระดับความลึก 20-30 เมตร สามารพบได้ในบริเวณหาดทรายปนเลนหรือทรายล้วน ๆ หรือตามบริเวณที่มีกระแสน้ำ ตามเกาะบริเวณปะการัง และสภาพน้ำทั่วไป อุณหภูมิน้ำอยู่ระหว่าง 24-28 องศาเซลเซียส ความเค็มสามารถอยู่ได้ในระดับ 27-35 ppt และสามารถอยู่ได้ในระดับความเค็มต่ำกว่า 10 ppt ถึง 17 ชั่วโมง ซึ่งถ้าอยู่ในระดับความเค็มสูง จะมีความแข็งแรงกว่าความเค็มต่ำ
ปลิงทะเลสามารถงอกส่วนที่ขาดได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน (chen jia xin, 1990) และปลิงทะเลจะเริ่มลงสู่พื้นในระยะ Perdactula เมื่อมีอายุประมาณ 12 วัน
     ปลิงทะเลปกติไม่ชอบแสงสว่าง และออกหาอาหารในเวลากลางคืน จะยื่นหนวดลงสู่พื้นดินเสมอเพื่อหาอาหาร ปลิงทะเลป้องกันตัวเองโดยการพ่นเส้นใยออกมาทางทวารหนัก มีอวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพียงอันเดียว การผสมพันธุ์เป็นแบบผสมภายนอกและมีลักษณะแยกเพศ
     คุณค่าทางอาหารของปลิงทะเล มีโปรตีนประมาณ 10-12% ความชื้น 70-80% ไขมัน 0.002-0.04% และเนื้อปลิงทะเลยังมีสารมิวโคโปรตีนที่มี Chondroitin sulfurie acid คาดว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ โดยการช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี
     นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพบว่า ในเนื้อปลิงทะเล Stichopus japonicus มีมิวโคโปรตีน (mucoprotein) ปริมาณสูงซึ่งมิวโคโปรตีนนั้น มีคอนดรอยติน ซัลฟุริค แอซิด (Chondroitin - sulfuric acid) อยู่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และจากการศึกษาในผู้สูงอายุยังพบว่า การที่กล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้นั้น เนื่องจากปริมาณของคอนดรอยติน ซัลฟุริค แอซิด ลดลง ดังนั้นจึงอาจใช้เรื่องนี้เป็นเหตุผลอธิบายการที่ชาวจีนนิยมรับประทานปลิงทะเลกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คอนดรอยติน ซัลฟุริค แอซิด ตามธรรมชาติมักอยู่ในสภาพมิวโคโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ เช่น กระดูกอ่อน เอ็น และของเหลวที่หล่อลื่นตามข้อต่าง ๆ ดังนั้น การรับประทานปลิงทะเลก็นับว่าให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้เช่นกัน
การทำการประมง
     ในอดีต การประมงปลิงทะเลส่วนใหญ่ทำโดยการเก็บในเขตน้ำขึ้นน้ำลง และเขตน้ำตื้นชายฝั่ง เมื่อจำนวนปลิงทะเลลดน้อยลง มีการดำน้ำเก็บรวบรวมปลิงทะเลที่ความลึกช่วง 5-10 เมตร โดยใช้ฉมวกในการรวบรวมปลิงทะเลเฉพาะชนิดที่มีราคาสูง เช่น T ananas, Actinopyga echinite และ H. nobilis ที่อาศัยอยู่ในน้ำค่อนข้างลึกแต่ยังไม่ปรากฏมีรายงานการทำการประมงด้วยเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำแบบ SCUBA นอกจากนี้ยังมีปลิงบางส่วนที่ติดมากับเรืออวนลาก ซึ่งปลิงที่ได้จะถูกแยกและนำมาขายให้ผู้รับซื้อที่แพปลา เพื่อแปรรูปต่อไป
     จากการสำรวจพบว่า ชาวประมงชายฝั่งมักจะเก็บปลิงทะเลจากบริเวณอ่าวใกล้เคียงแถบหมู่บ้านขณะน้ำลง ชาวประมงบางกลุ่ม เช่น ชาวเลบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์จะเดินทางไปทำการประมงในบริเวณที่หางฝั่งออกไป ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาระหว่าง 1-7 วัน โดยปลิงทะเลจะถูกผ่าเอาลำไส้ออกบนเรือแล้วก่อนเดินทางกลับเข้าฝั่งเพื่อแปรรูปต่อไป ส่วนรายได้จากการรวบรวมปลิงทะเลจะแตกต่างกันไปในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับการทำการประมง จำนวน และชนิดของปลิงทะเลที่จับได้ สำหรับเวลาในการทำการประมงก็จะแตกต่างกันไป เช่น ในเวลากลางวันจะพบชนิด H. leucospilota เป็นจำนวนมาก แต่สำหรับบางชนิดจะต้องทำการประมงในเวลากลางคืน เช่น S. Variegatus
การแปรรูปปลิงทะเล
     โดยที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น การแปรรูปปลิงทะเลโดยทั่วไปทำโดยผ่าหัวท้ายของปลิงเพื่อเอาอวัยวะภายในออก จากนั้นล้างทำความสะอาดและตากแห้ง ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีวิธีการแปรรูปตากแห้งแตกต่างกัน ศุภผล (2527) สำหรับน้ำหนักของผลผลิตหลังจากการแปรรูปจะแตกต่างกันไปตามชนิดของปลิง เช่น พบว่าปลิงทะเลสดชนิด H.leucospilota จำนวน 100 กิโลกรัม จะได้ปลิงแห้งรมควันเพียง 10 กิโลกรัมเท่านั้น
     ปลิงทะเลตากแห่งนับว่าเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในประเทศทางตะวันออก โดยเฉพาะทางหมู่เกาะทะเลใต้ (South Pacific) ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้นิยมรับประทานปลิงทะเลกันมาก ปลิงทะเลที่ยังสดอยู่มีความยาวประมาณ 12.5-45 เซนติเมตร หรือมากกว่า มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-8 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายไส้กรอก
การทำปลิงทะเลตากแห้งที่นิยมกันมี 3 วิธี
1. การตากแห้ง (Air drying) โดยนำปลิงแช่น้ำทะเล ผ่าท้องทำความสะอาด นำไปต้ม 10-30 นาที แล้วแต่ขนาดของปลิง แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง
2. การตากแห้ง และย่างไฟ (Combination Air and Fire Drying) วิธีนี้นิยมทำกันในฟิลิปปินส์ โดยต้มปลิงในหม้อ 20 นาที นำขึ้นจากหม้อ ปลิงจะแข็งและยืดหยุ่นได้ ใช้มีดผ่าท้องนำอวัยวะภายในออก และนำไปตากจนเกือบแห้ง จึงนำเข้ารมควันอีก 24 ชั่วโมง จึงเก็บใส่ถุง
3. การย่างไฟ (Fire drying) วิธีที่นิยมใช้กันทางหมู่เกาะอินเดียตะวันออก
     ปลิงทะเลที่รับประทานได้ส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ Stichopodidae และ Holothuriidae
ส่วนชาวจีน มีวิธีการคือ จับเอาปลิงทะเลขึ้นมาผ่าท้องเอาอวัยวะภายในออก ต้มจนแข็งและยืดหยุ่นได้คล้ายยาง จึงเอาไปตากแดดรมควันจนแห้งแล้วเก็บไว้ในลัง
ปริมาณที่พบ:น้อย
การใช้ประโยชน์:-
อธิบายวิธีการใช้ประโยชน์:
แหล่งที่พบ:-
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม:
ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้:-
แหล่งที่มาของข้อมูล:-
คำช่วยค้นหา(keyword):-
ผู้บันทึกข้อมูล:อรรณพ ลับเหลี่ยม
วันที่บันทึกข้อมูล:7/18/2010 10:01:52 AM
วันที่แก้ไขล่าสุด:-
จำนวน view:3473 ครั้ง
สถานะการตรวจสอบ:ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง

รูปภาพ:




^ ไปบนสุด