ทรัพยากรชีวภาพสัตว์

แมลงปอ

ชื่อท้องถิ่น:แมลงปอ
ชื่อสามัญ:แมลงปอ
ชื่อวิทยาศาสตร์:Stenobasis oscillans
ชื่อวงศ์:-
ประเภทสัตว์:แมลง
ลักษณะสัตว์:
ส่วนหัวขอองแมลงปอ  เป็นที่ตั้งของตา หนวด และปาก แมลงปอตัวเต็มวัยมีตารวม 1 คู่ อาจจะอยู่ติดกันเช่น ในแมลงปอยักษ์และแมลงปอบ้านหรือมีต ารวมแยกกัน เช่นในแมลงปอเสือและแมลงปอเข็ม มีตาเดี่ยว (ocelli) 3 ตา เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ระหว่างตารวมค่อนขึ้นไปทางด้าน บน มีหนวดเป็นเส้นขน (setaceous) 1 คู่ ขนาดเล็กมากจนเกือบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อยู่ด้านหน้าของตารวมหนวดแต่ละข้างประก อบไปด้วยปล้อง 7 ปล้อง มีชื่อเรียกต่างกันคือ ปล้องแรกเป็นปล้องฐาน (scape) ปล้องสอง (pedicel) และตัวหนวดอีก 5 ปล้องที่เหลือ (five segmented flagellum) มีปากเจริญดี มีลักษณะแบบปากกัดกิน (chewing type)มีริมฝีปากบน (labrum) ริมฝีปากล่าง (labium) เขี้ยว (mandibles) ค่อนข้างแข็งแรงและแหลมคม มีระยางค์อื่นๆที่ปาก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับสัมผัสและเกี่ยวกับการกิน อาหาร หน้าผาก (frons) เป็นพื้นที่เล็กๆ อยู่ระหว่างหนวดทั้ง 2 ข้าง มักเป็นส่วนที่มักมีสีสดใสแตกต่างจากสีที่ส่วนอื่นของส่วนหัวแมลงป อบ้าน บางชนิดหน้าผากส่วนนี้จะมีสีเขียวหรือน้ำเงินโลหะสะท้อนแสงอีกด้วย พื้นที่ถัดจากส่วนของหน้าผากลงมาก่อนถึงส่วนของปากใน แมลงปอบ้านส่วนจะนูนคล้ายจมูก แบ่งออกได้เป็นซีกส่วนบน (post clypeus) และซีกส่วนล่าง (anteclypeus)
 

ส่วนอกของแมลงปอ อกของแมลงอื่นทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ อกส่วนหน้า (prothorax) อกส่วนกลาง (mesothorax) และอกส่วนหลัง (metathorax) แต่ในแมลงปออกส่วนกลางและอกส่วนหลังหลอมรวมกันเป็นชิ้นเดียวกัน (pterothorax or synthorax) อกส่วนหน้ามีขนาดเล็กทำหน้าที่คล้ายคอ โดยเป็นที่ติดตั้งของส่วนหัว ขาของแมลงปอมี 3 คู่ ขาคู่หน้าติดตั้งอยู่ที่ด้านล่างของอกปล้องแรกมีขนาดสั้น ขาคู่กลางมีขนาดยาวกว่าขาคู่หน้าและขาคู่หลังมีขนาดยาวที่สุด  ขาทั้ง 2 คู่หลังนี้ติดตั้งอยู่ที่อกปล้องใหญ่ ขาของแมลงมีไว้ทำหน้าที่เกาะและจับเหยื่อมากกว่าการมีไว้ใช้เดิน ขาแต่ละข้างมีหลายปล้องต่อกันจากฐานถึงส่วนปลาย  ( a coxa, a trochanter, a femur, a tibia, three segmented tarsi and claws) หนามและขนที่บางปล้องของส่วนขาโดยเฉพาะขาคู่หน้า ( femur, tibia) มีส่วนช่วยในการจับยึดเหยื่อได้มาก แมลงปอบางชนิดอาจมีหนามที่ขานี้หนาแน่นมากจนดูคล้ายซี่หวี (comb) ที่ประสานกันจนดูคล้ายตะกร้า (basket)

   

 ส่วนท้องของแมลงปอมีลักษณะทรงกระบอกยาว บางส่วนของท้องอาจขยายพองออกหรือบางส่วนอาจจะแบน โดยเฉพาะในแมลงปอบ้านบางชนิดปล้องท้องที่เห็นได้ชัดเจนมีจำนวน 10 ปล้อง ปล้องท้องปล้องแรกที่ติดกับอกมีขนาดสั้นมาก ปล้องที่ 2 ยาวกว่าเล็กน้อย ปล้องที่ 3-7 เป็นปล้องที่ยาวที่สุด ปล้องที่ 8-9 ค่อนข้างสั้น ปล้องที่ 10 สั้นและมีขนาดเล็กเป็นที่ติดตั้งของระยางค์ปลายท้อง โดยในตัวผู้จะเป็นแพนหางส่วนบน (cerci or superior appendages)1 คู่ และมีแพนหางส่วนล่าง (inferior appendages) อีก 1 คู่ ในแมลงปอเข็มต่างๆ แต่ในแมลงปอดราก้อนฟลาย (แมลงปอบ้านและแมลงปอยักษ์เป็นต้น)ส่วนมากจะมีเพียง 1 อันเท่านั้น ใช้ในการหนีบจับตัวเมียในเวลาผสมพันธุ์ นอกจากนี้ตัวผู้ยังมีรูเปิดสำหรับถ่ายน้ำเชื้อ (accessory genitalia or copulatory organs)อยู่ที่ด้านใต้ท้องบริเวณปล้องที่ 2

        อวัยวะในการผสมพันธุ์ของตัวเมีย (genital organs) จะอยู่ที่ด้านล่างของปล้องท้องปล้องที่ 8 และ 9 แมลงปอเข็มส่วนมากจะมีอวัยวะในการวางไข่ที่สมบูรณ์ เพื่อสอดใส่ไข่ลงในเนื้อเยื่อพืชที่อยู่ในน้ำ แต่แมลงปออื่นๆ เช่น แมลงปอบ้านที่บินวางไข่ตามผิวน้ำ อวัยวะในการวางไข่มักลดรูป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในการสอดไข่ลงในเนื้อเยื่อพืชเหมือนแมลงปอเข็ม

   

 
 

 
ตัวอ่อนของแมลงปอมีลำตัวป้อมยาว มีขา 3 คู่ ในแมลงปอแดมเซ้ลฟลาย (แมลงปอเข็ม, แมลงปอเข็มป่าและแมลงปอน้ำตก) ที่ปลายหางมีแผ่นคล้ายใบพัด 3 แผ่น ทำหน้าที่ในการหายใจและเคลื่อนไหว ส่วนในแมลงปอดราก้อนฟลาย (แมลงปอยักษ์, แมลงปอเสือและแมลงปอบ้าน) ตัวอ่อนมีลักษณะป้อม ตัวค่อนข้างใหญ่ แต่ไม่มีหางเป็นแผ่น 3 แผ่นแบบนั้น แมลงปอพวกนี้หายใจโดยใช้อวัยวะพิเศษ ซึ่งอยู่ในช่องท้อง เวลาหายใจมันจะดูดเอาน้ำซึ่งมีออกซิเจนอยู่ด้วยเข้าไปทางปลายท้อง จากนั้นมันจะพ่นน้ำออกทิ้งทางเดิม การพ่นน้ำออกนี้มีส่วนช่วยในการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วในน้ำ

 

ปริมาณที่พบ:ปานกลาง
การใช้ประโยชน์:อื่นๆ
อธิบายวิธีการใช้ประโยชน์: แมลงปอเป็นแมลงที่มีประโยชน์  โดยมีบทบาทที่สำคัญในการควบคุมแมลงศัตรูพืชและแมลงที่สร้างความรำคาญหรือนำโรคมาสู่คนและสัตว์-เลี้ยงอื่นๆ เช่น ยุง ริ้น แมลงหวี่ และแมลงวัน เป็นต้น แมลงปอเป็นแมลงสวยงามประเภทหนึ่งที่มีเกือบทุกสี เช่น เหลือง แดง ม่วง ฟ้า เทา สีตะกั่วและสีโลหะสะท้อนแสง แม้ว่าโดยส่วนรวมแมลงปอจะมีความสวยงามเป็นรองผีเสื้ออยู่มากก็ตาม แต่แมลงปอหาง่ายกว่าและมีอยู่เกือบทุกหนทุกแห่ง  ตลอดทุกฤดูกาลบ่อยครั้งที่พบในปริมาณมากๆ สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้พบเห็นได้ไม่น้อยเลย   

 

แหล่งที่พบ:ชุมชนตำบลหัวถนน
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม: วิธีขยายพันธุ์   แมลงปอที่ลอกคราบขึ้นมาจากน้ำได้ 2-3 วันจึงจะพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้  การผสมพันธุ์มักเกิดเฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดเป็นส่วนใหญ่รวม      ทั้งการวางไข่ด้วย คือ เริ่มตั้งแต่ตอนสายๆจนถึงเย็น  แมลงปอมีอวัยวะผสมพันธุ์พิเศษที่ไม่เหมือนแมลงชนิดอื่นๆ กล่าวคือ ตัวผู้มีรูเปิดไว้สำหรับถ่ายน้ำเชื้อให้แก่ตัวเมีย      ตั้งอยู่ที่ใต้ท้องปล้องที่ 2  การผสมพันธุ์เริ่มขึ้นจากการที่ตัวผู้ใช้แพนหางที่อยู่ที่ส่วนปลายสุดของท้องจับตัวเมียที่บริเวณส่วนบนของอกปล้องแรกหรือส่วนหัวมักเกิด      ขณะ    กำลังบินจากนั้นทั้งคู่ก็จะเกาะติดกันไปด้วยกัน (in tandem)                                                                                                                                                        

                เมื่อทั้งคู่เกาะติดไปด้วยกันสักพักหนึ่ง ตัวเมียจะค่อยๆงอส่วนปลายท้องเข้ามาเพื่อสัมผัสกับรูเปิดของตัวผู้ที่บริเวณปล้องท้อง ปล้องที่ 2      แมลงปอบางชนิดอาจหาที่เกาะก่อนที่ตัวเมียจะยอมงอท้องเข้ารับการผสมพันธุ์ด้วย การถ่ายน้ำเชื้อระหว่างผสมพันธุ์ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที บางทีทั้งคู่ก็ช่วยกันบินไป      ด้วยกัน ในลักษณะนี้เพื่อหาที่เกาะใหม่เมื่อถูกรบกวน 

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้:ทุกฤดูกาล
แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/5-4/no25/prawat.html
คำช่วยค้นหา(keyword): แมลงปอ
ผู้บันทึกข้อมูล:อัญชิสา สร้อยโสม
วันที่บันทึกข้อมูล:7/17/2010 10:56:07 AM
วันที่แก้ไขล่าสุด:7/17/2010 11:15:49 AM
จำนวน view:1629 ครั้ง
สถานะการตรวจสอบ:ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง

รูปภาพ:








^ ไปบนสุด