ทรัพยากรชีวภาพสัตว์

เป็ด

ชื่อท้องถิ่น:เป็ด
ชื่อสามัญ:-
ชื่อวิทยาศาสตร์:-
ชื่อวงศ์:Anatidae
ประเภทสัตว์:สัตว์ปีก
ลักษณะสัตว์:
เป็ดที่เลี้ยงกันอยู่ทั่วไปมี 2 ประเภท คือ
 
1.เป็ดพันธุ์ไข่
2.เป็ดพันธุ์เนื้อ

1. เป็ดพันธุ์ไข่
1.1 พันธุ์กากีแคมเบลล์พัฒนาพันธุ์ในประเทศอังกฤษ จนได้เป็นเป็ดพันธุ์ที่ให้ไข่ดกที่สุดในโลกพันธุ์หนึ่งโดยให้ไข่ปีละมากกว่า 300 ฟอง
เป็ดกากีมีขนสีน้ำตาล แต่ขนที่หลังและปีกมีสีสลับอ่อนกว่า ปากดำค่อนข้างไปทางเขียว จงอยปากต่ำ ตาสีน้ำตาลเข้ม คอส่วนบนสีน้ำตาล แต่ส่วนล่างเป็นสีกากี ขาและเท้าสีเดียวกันกับขน แต่เข้มกว่าเล็กน้อย
ตัวเมียเมื่อโตเต็มที่หนักประมาณ 2.0-2.5 กก. เริ่มไข่เมื่ออายุประมาณ 41/2 เดือน ส่วนตัวผู้ จะมีขนสีเขียวที่หัว คอ ไหล่ และปลายปีก ขนตัวสีกากีและน้ำตาลขาและเท้าสีกากีเข้ม โตเต็มที่หนักประมาณ 2.5-2.7 กก.
1.2 พันธุ์อินเดียนรันเนอร์ เป็นเป็ดขนาดเล็ก ตัวผู้โตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 1.7-2.5 กก. ตัวเมียมีน้ำหนัก 1.5-2.0 กก. เป็ดพันธุ์นี้มีอยู่ 3 ชนิด คือ สีขาว สีเทา และสีลาย
ลักษณะเด่นประจำพันธุ์ที่แปลกกว่าเป็ดพันธุ์อื่น ๆ คือกาารยืนคอตรงลำตัวเกือบตั้งฉากกับพื้น ปากสีเหลือง แข้งและเท้าสีส้ม ตัวเมียเริ่มให้ไข่เมื่ออายุประมาณ 4 1/2 เดือน ให้ไข่ฟองโตและไข่ทน
1.3 พันธุ์พื้นเมือง ที่นิยมเลี้ยง มี 2 พันธุ์ คือ
เป็ดนครปฐม เลี้ยงกันมากในเขตจังหวัดนครปฐม เพชรบุรี สุพรรณบุรี และในพื้นที่ลุ่มซึ่งเป็นเขตน้ำจืด ตัวเมียมีขนสีลายกาบอ้อย ปากสีเทา เท้าสีส้ม ตัวผู้มีสีเขียวแก่ตั้งแต่คอไปถึงหัว คอควั่นขาว อกสีแดง ลำตัวสีเทา ปากสีเทา และเท้าสีส้ม ตัวผู้โตเต็มที่หนักประมาณ 3.0-3.5 กก. ตัวเมียหนัก 2.5-3.0 กก. เริ่มให้ไข่เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน
เป็ดปากน้ำ เลี้ยงกันมากในเขตจังหวัดสมุทรปราการ (ปากน้ำ) สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ตลอดจนจังหวัดที่อยู่ชายฝั่งทะเลอื่น ๆ เป็นเป็ดพันธุ์เล็ก ตัวเมีย มีปาก เทา และลำตัว สีดำ อกสีขาว เฉพาะตัวผู้จะมีขนสีเขียวบรอนซ์ที่หัว ขนาดเล็กกว่าเป็ดนครปฐม ขนาไข่ก็เล็กกว่าเริ่มให้ไข่เมื่ออายุ 5-6 เดือน ตัวผู้ของเป็ดพันธุ์พื้นเมืองนิยมนำไปเลี้ยงเป็นเป็ดเนื้อ
ในปัจจุบัน เป็ดไข่พันธุ์พื้นเมืองแท้แทบจะหมดไปจากวงการเลี้ยงเป็ดไข่แล้ว เนื่องจากมีการผสมพันธุ์กันระหว่างพันธุ์กากีแคมเบลล์กับพันธุ์พื้นเมืองมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนกลายเป็นเป็ดพันธุ์ผสมแทบทั้งหมด พันธุ์แท้ส่วนใหญ่เหลืออยู่ตามสถานีทดลองของกรมปศุสัตว์เท่านั้น
1.4 พันธุ์ลูกผสมกากีแคมเบลล์กับพื้นเมือง นิยมเลี้ยงกันมากกว่าพันธุ์แท้ เพราะเลี้ยงง่าย ทนทาน ให้เนื้อดี และให้ไข่ดก ประมาณณ 260 ฟองต่อปี อายุที่เริ่มไข่ประมาณ 5 1/2-6 เดือน
1.5 พันธุ์ลูกผสม ไฮ-บริด พัฒนาพันธุ์โดยบริษัทเอกชนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่แล้วนำเข้ามาเลี้ยงใน เมืองไทย เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการเลี้ยงเป็ดมากขึ้น พันธุ์ที่นิยมเลี้ยง เช่น ซุปเปอร์ดั๊ค.

 
มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน รูปร่างใหญ่โต ลำตัวกว้างลึกและหนา ขนสีขาวล้วน ปากสีเหลือง2.1 พันธุ์ปักกิ่ง-ส้ม แข้งและเท้าสีหมากสุก ผิวหน้าสีเหลือง เลี้ยงง่าย ไม่ฟักไข่ ให้ไข่ดีพอใช้ ประมาณ 160 ฟองต่อปี เปลือกไข่สีขาว เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้หนักประมาณ 4 กก. ตัวเมียหนัก 3.5 กก.

เป็ดปักกิ่งมีนิสัยค่อนข้างตื่นตกใจง่าย ผู้เลี้ยงควรระวัง เพราะอาจกระทบกับการเจริญเติบโตได้ ใช้เลี้ยงไล่ทุ่งไม่ค่อยได้ผล ควรเลี้ยงในเล้าที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก จึงจะเติบโตดี นอกจากให้เนื้อแล้ว ขนเป็ดปักกิ่งยังเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมผลิตลูกขนไก่ และใช้ทำฟูกที่นอนได้ด้วย
2.2 เป็ดเทศ (Muscovy) มีต้นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ เป็นเป็ดอีกพันธุ์หนึ่งต่างหาก เมื่อทำการผสม พันธุ์กับเป็ดพันธุ์อื่น จะให้ลูกเป็นหมัน เช่น เป็นพันธุ์ปั๊วฉ่าย
เป็ดเทศใช้อาหารพวกพืชสดได้ดีคล้าย ๆ กับห่าน เป็นเป็ดที่ให้เนื้อดีแต่ให้ไข่น้อย และโตค่อนข้างช้า จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมเลี้ยงเป็นการค้า เป็ดเทศชอบฟักไข่และเลี้ยงลูกไก่ มีนิสัยชอบบิน เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 4-4.5 กก. ตัวเมียมีน้ำหนัก 3.0-3.5 กก.<BR>
เป็ดเทศมี 2 ชนิด คือ ชนิดมีสีขาว และชนิดสีดำ ทั้ง 2 ชนิด ที่บริเวณหน้าและเหนือจมูก มีหนังย่นสีแดง
เป็นเทศชนิดที่มีสีขาวจะมีขนสีขาว ผิวหนังสีขาว แข้งสีเหลือง-ส้มอ่อน ปากมีสีเนื้อ
ชนิดสีดำมีขนที่หน้าอก ลำตัและหลังสีดำประขาวปากสีชมพู แข้งสีเหลืองหรือตะกั่วเข้ม
 เป็นเป็ดพันธุ์ผสมระหว่างเป็ดเทศกับเป็ดธรรมดา พันธุ์พื้นเมืองของไทย ลูกเป็ดที่ได้จะเป็นหมันทั้งเพศผู้และเพศเมีย
2.3 พันธุ์ปั๊วฉ่าย
ลักษณะเป็ดพันธุ์นี้ที่สำคัญ คือโครงร่างใหญ่ เล็บแหลมดำ และว่องไว กระโดดเก่งกว่าลูกเป็ดธรรมดา เลี้ยงง่าย โตเร็ว ไม่เที่ยวหากินไกล ไม่ร้องเสียงดัง รสชาติของเนื้อดีกว่าเป็ดธรรมดา เนื้อแน่น มีไขมันต่ำ ชาวจีน นิยมบริโภคมานานนับร้อยปีแล้ว ในช่วงตรุษและสารทจีน ราคาดีกว่าเป็ดธรรมดามาก
 
การเลี้ยงใช้เวลาประมาณ 3.5-4 เดือน เป็ดตัวผู้จะมีน้ำหนัก 3-3.5 กก. ส่วนตัวเมียจะหนัก 2.5-3 กก.<BR>
 นำมาเผยแพร่โดยบริษัทเอกชน มีเลี้ยงกันอยู่หลายพันธุ์ในขณะนี้ เช่น พันธุ์ เชอรี่วอลเลย์ พันธุ์ทีเกล พันธุ์ฮักการด์ พันธุ์เลคการด์ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มีการพัฒนาพันธุ์โดยมีพันธุ์ปักกิ่งผสมอยู่ด้วย
2.4 พันธุ์ลูกผสม ไฮ-บริด
2.5 พันธุ์พื้นเมือง มีอยู่ 2 พันธุ์ด้วยกัน คือ
 
พันธุ์นครปฐม เป็นเป็ดตัวผู้ที่คัดออกจากเป็ดพันธุ์ไข่ และนำมาเลี้ยงเป็นเป็ดเนื้อ ได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงมากที่สุด เพราะลูกเป็ดราคาถูก เลี้ยงง่าย และได้น้ำหนักดีกว่าเป็ดพื้นเมืองพันธุ์อื่น ๆ ใช้เวลาเลี้ยง 3-4 เดือน ได้ น้ำหนักเฉลี่ย 1.6-2.0 กก.
พันธุ์กากีผสม เป็นเป็ดตัวผู้ที่คัดออกจากเป็ดไข่พันธุ์กากีผสมและนำมาเลี้ยงเป็นเป็ดพันธุ์เนื้อ เป็นเป็ดพันธุ์ เล็ก น้ำหนักไม่ค่อยดี จึงไม่นิยมเลี้ยงกันมากนัก ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน ได้น้ำหนัก 1.3-1.6 กก.<BR>
 
ปริมาณที่พบ:ปานกลาง
การใช้ประโยชน์:เป็นอาหาร
อธิบายวิธีการใช้ประโยชน์: 
          
ประโชน์ของการเลี้ยงเป็ด

          1.เพื่อให้ไข่ เนื้อเป็นอาหาร ช่วยเพิ่มรายได้ ประหยัดทุน
2.สามารถใช้ที่ดินและแหล่งน้ำให้เป็นประโยชน์มากขึ้น
3.ใช้เศษผัก เศษอาหารและปลาเป็ดให้เป็นประโยชน์ได้
4.ได้มูลเป็ดเป็นปุ๋ย.


แหล่งที่พบ:http://www.doae.go.th/library/html/detail/duck/duck2-1.htm
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม:-
ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้:-
แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.doae.go.th/library/html/detail/duck/duck2-1.htm
คำช่วยค้นหา(keyword):-
ผู้บันทึกข้อมูล:พรพิไล เติมแต้ม
วันที่บันทึกข้อมูล:7/4/2010 9:58:34 AM
วันที่แก้ไขล่าสุด:-
จำนวน view:2160 ครั้ง
สถานะการตรวจสอบ:ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง

รูปภาพ:








^ ไปบนสุด