ทรัพยากรชีวภาพสัตว์

ควาย

ชื่อท้องถิ่น:ควาย
ชื่อสามัญ:-
ชื่อวิทยาศาสตร์:Bubalus bubalis (Linnaeus, 1758)
ชื่อวงศ์:Bovidae
ประเภทสัตว์:สัตว์บก-สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ลักษณะสัตว์:

ควายเป็นสัตว์มีสี่ขา เท้าเป็นกีบ ตัวขนาดใกล้เคียงกับวัวโตเต็มวัยเมื่ออายุระหว่าง 5-8 ปี น้ำหนักตัวผู้โตเต็มวัยโดยเฉลี่ย 520-560 กิโลกรัม ตัวเมียเฉลี่ยประมาณ 360-440 กิโลกรัม ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย มีผิวสีเทาถึงดำ (บางตัวมีสีชมพู เรียกว่า ควายเผือก) มีเขาเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ปลายเขาโค้งเป็นวงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว

ควายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลูกควายจะกินนมแม่จนอายุประมาณ 1.5 ปี ควายจะเจริญเติบโตใช้แรงงานได้ระหว่างอายุ 2.5-3 ปี ช่วงที่ใช้งานได้เต็มที่ คือระหว่างอายุ 6-9 ปี ควายแต่ละตัวจะใช้งานได้จนอายุย่างเข้า 20 ปี อายุควายโดยทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 25 ปี

ปริมาณที่พบ:น้อย
การใช้ประโยชน์:-
อธิบายวิธีการใช้ประโยชน์:

กระบือหรือที่ชาวบ้านทั่ว ไปเรียกว่า "ควาย" เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ อีกทั้งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อชีวิตของชาวไร่ชาวนาในชนบทเป็นอย่างยิ่ง ในระบบการเกษตร ยังมีชาวไร่ชาวนาอีกเป็นจำนวนมากที่อาศัยแรงงานจากควายในการทำไร่ไถนา และอื่น ๆ มลใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินใส่ต้นไม้ได้เป็น อย่างดี ในด้านเศรษฐกิจควายมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะยามขาดแคลนน้ำมัน หลังหมดอายุการใช้งานแล้วยังขายได้เงินอีกด้วย เนื้อที่ขายตามท้องตลาดประมาณครึ่งหนึ่งเป็นเป้าหมาย และยังเป็นสินค้าส่งออกอีกด้วย ในปัจจุบันเครื่องมือการเกษตรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ควายยิ่งถูก ทอดทิ้งทุกขณะ ทำให้จำนวนควายลดน้อยลง ควายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเกษตรของเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาในชนบทซึ่งส่วนใหญ่จะทำการเกษตรแบบระบบเกษตรรวม มีการปลูกพืชเป็นหลัก ชาวนาชาวไร่จะเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานและอื่น ๆ ซึ่งประโยชน์ของควายมีอีกหลายประการ ดังนี้
-ให้แรงงานสำหรับเกษตรกร ตามส่วน
-ช่วยผ่อนคลายปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับการเกษตร
-ให้ผลผลิต คือ เนื้อ นม กระดูก หนัง ฯลฯ เพื่อใช้ภายในประเทศและต่างประเทศ
-มี ส่วนช่วยให้ระบบการเกษตรของเกษตรกรไทยมีประสิทธิภาพ เช่น ใช้ฟาง หญ้า และเศษพืชอื่น ๆ ที่มีอยู่ในไร่นาให้เกิดประโยชน์ เป็นผลให้เกิดระบบเกษตรผสมผสานซึ่งมีความมั่นคงถาวรมากกว่า
-เป็นทุน ประกันในยามเกิดสภาวะวิปริต เช่น ฝนแล้ง น้ำท่วม หรือในยามจำเป็นต้องใช้เงินมาก ๆ
-ได้มูลใช้เป็นปุ๋ยในไร่นา ในสภาวะที่ปุ๋ยเคมีมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ชาวไร่ชาวนาหันมาใช้มูลวัวควายมากขึ้น บางรายอาจมีการหมักมูลเพื่อใช้ในการหุงต้ม
-การเลี้ยงวัวควายเป็นงานของ เด็กและคนชรา ทำให้แรงงานที่ว่างในครัวเรือนได้ทำงานมีผลผลิต ไม่สูญเปล่า ไม่เกิดปัญหาทางด้านจิตใจแก่สมาชิกในครอบครัวที่มีฐานภาพต่างกัน นอกจากนั้น คนที่ว่างงานจากการเพาะปลูกก็ได้มีงานทำ
-มีรายได้เสริมจากการขายมูล สัตว์ ลูกที่เกิดใหม่หรือสัตว์ที่ปลดระวางแล้ว
พันธุ์ควาย ควายในโลกที่มีอยู่ประมาณ 130 ล้านตัว ประมาณร้อยละ 97.5 อยู่ในแถบประเทศเอเชีย จึงได้ชื่อว่าสัตว์เอเชีย อย่างไรก็ตามในหลายประเทศในทวีปอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล รัสเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น ก็มีการเลี้ยงควาย

ควาย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า (Bubalus bubalis) แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
ก. ควายแม่น้ำ บางครั้งเรียกควายแขก เพราะเลี้ยงมากในประเทศอินเดีย ปากีสถานจัดว่าเป็นควายนม แต่ก็ใช้งานได้ให้เนื้อก็ดี ชอบนอนในน้ำลึก น้ำใสหรือในแม่น้ำ ควายประเภทนี้ในประเทศไทยมีอยู่เพียงพันธุ์เดียว คือ พันธุ์มูร์ราห์
ข. ควายปลัก เป็นควายที่เลี้ยงมากในประเทศจีนตอนใต้ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย ควายไทยจัดเป็นประเภทควายปลักเลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน ใช้เนื้อบริโภคกันทั่วไป คนนิยมพอ ๆ กับเนื้อวัว ให้นมบ้างวันละ 1-3 ลิตร ควายปลักชอบนอนในปลักโคลนอันเป็นหลุมดินเละ ๆ เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้แล้วเวลาอากาศร้อนชอบลงลอยคอในคูคลองน้ำลึก
พืชอาหารสัตว์ ได้แก่ พืชประเภทหญ้าและถั่วเป็นส่วนใหญ่ที่ปลูกไว้เป็นอาหารสัตว์ เช่น หญ้าขน หญ้ากินี หญ้าเนเปียร์ หญ้าแพรก และหญ้าอื่น ๆ อีกบางชนิด ตลอดจนหญ้าพื้นเมือง พืชจำพวกถั่ว ได้แก่ ถั่วฮามาต้า ถั่วชีราโตร ถั่วเซ็นโตรซีมา ถั่วลิสงนา ถั่วผี เป็นต้น นอกจากพืชอาหารสัตว์โดยเฉพาะแล้ว พืชพื้นบ้านชนิดต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่ทั่ว ๆ ไปตามคันนา หัวไร่ปลายนา ที่รกร้าง ป่าสงวน ทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะก็ใช้เลี้ยงควายได้ ผักตบชวา ต้นหญ้าน้ำชนิดต่าง ๆ แม้แต่ใบสาบเสือ ควายก็กินได้ในยามขาดแคลนจริง ๆ

ควายนั้นเป็นสัตว์ที่ท่านคงทั้งหลายคงลืมคุณค่า ของสัตว์ชนิดนี้ไป ทางวัดหัวกระบือนั้นได้รับบริจาคปัจจัยจากท่านสาธุชนที่มีจิตใจที่เป็นกุศล เพื่อนำไปไถ่ชีวิต โค-กระบือออกจากโรงฆ่าสัตว์เพื่อนำมาเลี้ยงไว้ที่วัดหัวกระบือ โดยทางวัดหัวกระบือจะเลี้ยงไว้ และจะทำการแจกให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรต่อไป เพื่อให้โค-กระบือ ไม่สูญพันธ์ไปจากความทรงของคนไทยและประชาชนโลก

แหล่งที่พบ:ตามท้องนา
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม:

แยกได้เป็นสองกลุ่มคือควายป่า และควายบ้าน และควายบ้านนั้นก็แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ควายปลัก (swamp buffalo) ควายแม่น้ำ (river buffalo) ทั้งสองชนิดจัดอยู่ใน Family และ Genus เดียวกันคือ Bubalus bubalis แต่ก็มีความแตกต่างกันทางสรีระวิทยา รูปร่าง อย่างเห็นได้ชัดเจน จากการศึกษาทางด้านชีวภาพโมเลกุลพบว่า ควายปลักมีจำนวนโครโมโซม 24 คู่ ส่วนควายแม่น้ำจะจำนวนโครโมโซม 25 คู่ และสามารถผสมข้ามพันธุ์ระหว่างทั้งสองชนิดนี้ได้ [1]

ควายปลัก

เลี้ยงกันในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว เลี้ยงเพื่อใช้แรงงานในไร่นา เพื่อปลูกข้าวและทำไร่ และเมื่อกระบืออายุมากขึ้นก็จะส่งเข้าโรงฆ่าเพื่อใช้เนื้อเป็นอาหาร ชอบนอนแช่ปลัก มีรูปร่างล่ำสัน ผิวหนังมีสีเทาเข้มเกือบดำอาจมีสีขาวเผือก มีขนเล็กน้อย ลำตัวหนาลึก ท้องใหญ่ หัวยาวแคบ เขามีลักษณะแบบโค้งไปข้างหลัง หน้าสั้น หน้าผากแบบราบ ตานูนเด่นชัด ช่วงระหว่างรูจมูกทั้งสองข้างกว้าง คอยาวและบริเวณใต้คอจะมีขนขาวเป็นรูปตัววี (chevlon) หัวไหล่และอกนูนเห็นชัด

ควายแม่น้ำ

พบในประเทศอินเดีย ปากีสถาน อียิปต์ ประเทศในยุโรปตอนใต้และยุโรปตะวันออก ให้นมมากและเลี้ยงไว้เพื่อรีดนม ไม่ชอบลงแช่โคลน แต่จะชอบน้ำสะอาด มีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์มูร่าห์ นิลิ ราวี เมซานี เซอติ และเมดิเตอเรเนียน เป็นต้น กระบือประเภทนี้จะมีขนาดใหญ่ รูปร่างแข็งแรง ลักษณะทั่วไปจะมีผิวหนังสีดำ หัวสั้น หน้าผากนูน เขาสั้น และบิดม้วนงอ ส่วนลำตัวจะลึกมาก มีขนาดเต้านมใหญ่

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้:ทุกฤดู
แหล่งที่มาของข้อมูล:-
คำช่วยค้นหา(keyword):-
ผู้บันทึกข้อมูล:พรทิพย์ อดทน
วันที่บันทึกข้อมูล:7/3/2010 1:36:16 PM
วันที่แก้ไขล่าสุด:-
จำนวน view:607 ครั้ง
สถานะการตรวจสอบ:ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง

รูปภาพ:




^ ไปบนสุด