ทรัพยากรชีวภาพพืช

ต้นมันเทศ

ชื่อท้องถิ่น:ต้นมันเทศ
ชื่อสามัญ: Sweet Potato
ชื่อวิทยาศาสตร์:Ipomoea batatas Lamk.
ชื่อวงศ์:Convolvulaceae
ลักษณะวิสัย/ประเภท:ไม้เลื้อย
ลักษณะพืช:เป็นไม้เลื้อยลงหัว  ลำต้นทอดไปตามหน้าดิน  รากงอกตามข้อ  มียางขาว  ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ มีแฉกแหลม  ตรงแก้มใบทั้งสองข้างเป็นสีเขียวอมแดง  ดอกเป็นช่อรูปปากแตร  เป็นสีม่วงอ่อนผลรูปไข่  เมล็ดกินทำให้เกิดพิษถึงตาย 
ปริมาณที่พบ:น้อย
การขยายพันธุ์:ใช้หัว/เหง้า/หน่อ
อธิบายวิธีการเพาะ/ขยายพันธุ์:
การใช้ประโยชน์/ส่วนที่นำไปใช้ประโยชน์:

- ใบมีรสเมามัน  ใช้ตำพอกฝี
            - เถามีรสเมามัน  ต้มดื่มแก้ไขข้ออักเสบ
               - หัวมีรสมัน  ชงน้ำดื่มแก้กระหายน้ำ  บำรุงม้าม ไต แก้เมาคลื่น  น้ำคั้นจากหัว ทาแผลไฟไหม้
               - รากและใบมีรสเมามัน  ตำพอกบาดแผล  แก้พิษแมลงป่อง
               - ทั้งต้นและหัวมีรสเมามัน  มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  และเชื้อรา
 
 
 
 
 

แหล่งที่พบ:ต.วันยาว
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม:  มันแกว(ตาก ภาคกลาง)มันเทศ(ภาคกลาง)ยอดมันแกว(น่าน) ยอดมันเทศ(มุกดาหาร) ยอดมันหลอง(ภูเก็ต)หมักอ้อย(ละว้า-เชียงใหม่)


 ราก  มันเทศมีระบบรากแบบรากฝอย ซึ่งเกิดจากข้อของลำต้นที่ใช้ปลูก หรือเกิดจากลำต้นที่ทอดไปตามพื้นดิน รากมันเทศจะเป็นที่สะสมอาหารและใช้รับประทานได้
        ใบ  เป็นแบบใบเดี่ยว  เกิดสลับกันบนข้อของลำต้น มีขนาดและรูปร่างต่างกัน  ความแตกต่างของใบนั้นมิใช่เกิดจากพันธุ์เท่านั้น แม้แต่ในต้นเดียวกันก็อาจมีรูปร่างแตกต่างกันได้  บางใบมีขอบใบเรียบ  บางใบมีใบเป็นแฉก และบางใบมีรูปร่างคล้ายหัวใจ เป็นต้น ใบมีขนเล็กน้อยและมักจะมีสีม่วงอยู่ตามเส้นใบ  ก้านใบอาจจะยาวหรือสั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์นั้นๆ
          ดอก  มันเทศที่ปลูกในเขตอบอุ่นมักไม่ออกดอก ส่วนการปลูกในเขตร้อนจะออกดอก  แต่มักไม่ติดเมล็ด ดอกเกิดตามมุมของใบ มีก้านช่อดอก (peduncle) แข็งแรง  ซึ่งมักจะยาวกว่าก้านใบ ดอกมีกลีบเลี้ยง (sepal) ๕ กลีบ ซึ่งโดยปกติจะแยกเป็น อิสระซึ่งกันและกัน  หรืออาจเชื่อมติดกันที่โคนกลีบดอก (petal) มี ๕ กลีบ  กลีบดอกเหล่านั้นจะเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย (corolla tube) มีลักษณะคล้ายดอกผักบุ้ง  กลีบดอกมีสีชมพูปนม่วง มีเกสรตัวผู้ (stamen) ๕ อัน และแยกเป็นอิสระซึ่งกันและกัน  ก้านชูอับเกสรตัวผู้เรียกว่า ก้านอับเกสรมีความยาวไม่เท่ากัน และเชื่อมติดอยู่กับฐานของกลีบดอก รังไข่ มี ๒ ส่วน บางดอกอาจจะมี ๔ ส่วน แต่ละส่วนจะมีไข่ ๑ หรือ ๒  ที่รับละอองเกสรตัวผู้ (stigma) มี ๒ แฉกอยู่ที่ก้าน (style) เชื่อมติดกับรังไข่
          ผล  มีเปลือกแข็งหุ้ม มีลักษณะเป็นแคปซูล(capsule) ภายในเปลือกแข็งมีเมล็ดเล็กสีดำค่อนข้างแบน ด้านหนึ่งของเมล็ดเรียบ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นเหลี่ยม ทางด้านเรียบจะเห็นรอยที่เมล็ดติดกับผนังรังไข่เรียกว่า ไฮลัม (hilum) และมีรูเล็กๆ เรียกว่า ไมโครไพล์ (micropyle)  เปลือกของเมล็ดค่อนข้างหนา และน้ำซึมผ่านได้ยาก
          หัว  มันเทศลงหัวในระดับความลึกไม่เกิน ๙  นิ้ว หัวมันเทศเกิดจากการขยายตัวของราก  ซึ่งเนื้อเยื่อภายในรากที่เรียกว่าพาเรนไคมา (parenchyma) เป็นส่วนที่สะสมแป้ง  รากที่ขยายตัวเป็นหัวขึ้นมาอาจเกิดจากรากของลำต้นที่ใช้ปลูก หรือจากรากที่เกิดจากข้อของลำต้นที่เลื้อยไปตามดินก็ได้  ดังนั้นมันเทศต้นหนึ่งๆ อาจมีหัวมากกว่า ๕๐ หัว ลักษณะหัวส่วนมากมีรูปร่างทรงกระบอก ด้านหัวท้ายเรียวตรงกลางป่องออก  สีผิวของหัวและสีของเนื้ออาจจะเป็นสีแดง  เหลือง  ขาว  หรือสีนวล แตกต่างกันไปตามพันธุ์  ผิวอาจจะเรียบหรือขรุขระและมักจะมีรากแขนงเกิดในร่องของหัว  หัวมันเทศนอกจากจะให้อาหารจำพวกแป้งแล้ว ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวิตามิน เอ (โดยเฉพาะหัวที่มีสีเหลือง)  วิตามิน บี และ ซี อีกด้วย
ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้:-
แหล่งที่มาของข้อมูล:oknation.net
คำช่วยค้นหา(keyword):-
ผู้บันทึกข้อมูล:Sasikarn Borlee
วันที่บันทึกข้อมูล:7/4/2010 8:41:21 AM
วันที่แก้ไขล่าสุด:7/4/2010 8:42:43 AM
จำนวน view:1791 ครั้ง
สถานะการตรวจสอบ:ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง

รูปภาพ:





^ ไปบนสุด