| ชื่อท้องถิ่น: | ต้นกระท้อน |
| ชื่อสามัญ: | Santol |
| ชื่อวิทยาศาสตร์: | Sandoricum koetjape Burm.f. Mer. |
| ชื่อวงศ์: | MELIACEAE |
| ลักษณะวิสัย/ประเภท: | ไม้ยืนต้น |
| ลักษณะพืช: | ลักษณะทางพฤกษศาสตร์:
ไม้ต้น สูง 6 – 8 ม. เปลือกลำต้นชั้นนอกมีสีเทา มีจุดสีขาวเป็นวงบริเวณลำต้น ผิวเรียบ เปลือกไม่หลุดออก มียางสีแดงหรือสีน้ำตาล
ใบ ใบเรียงสลับ ใบประกอบแบบนิ้วมือ มี 3 ใบย่อย ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี โคนใบกลมหรือมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบเป็นคลื่น ผิวใบเป็นคลื่น มีไขนวลปกคลุม ด้านล่างเส้นใบนูนเด่น ใบมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลือง แล้วค่อยๆ แดง แล้วจะร่วงหล่น ก้านใบมน
ดอก เป็นช่อตั้ง เกิดตามปลายกิ่ง
ผล ผลเดี่ยวแบบผลสด เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกมีสีเหลือง
ผิวขรุขระ เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ รสหวานอมเปรี้ยว เมล็ดกลมรี มีเยื่อหุ้มสีขาว
เกิดมาจากเปลือก |
| ปริมาณที่พบ: | ปานกลาง |
| การขยายพันธุ์: | ใช้กิ่ง/ลำต้น |
| อธิบายวิธีการเพาะ/ขยายพันธุ์: |
พื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ทางที่ลุ่มภาคกลาง พื้นที่ เดิม เป็นท้องนามีน้ำท่วมถึง จึงต้องยกร่องขึ้นเพื่อสะดวกในการระบายน้ำ ขนาดของสันร่องโดยทั่วไปจะกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร จะมีร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร ระยะปลูกสำหรับพื้นที่ยกร่องจะใช้ระยะระหว่างต้นประมาณ 6 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 35 ต้น
เป็นพื้นที่ที่นอกเหนือไปจากประเภทแรก และมักไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมจึงไม่ต้อง ยกร่อง เมื่อไถปรับพื้นที่แล้วก็สามารถขุดหลุมปลูกได้เลย ตามปกติกระท้อนเป็นไม้ผลที่ทรงพุ่มขนาดใหญ่ แต่เพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาและห่อผลซึ่งจะต้องทำทุกปี จึงนิยมตัดแต่งกิ่งนำที่จะทำให้ทรงพุ่มสูงขึ้นไปออกเสีย ทรงพุ่มจะขยายออกด้านข้างแทนด้านบน จึงสะดวกในการปฏิบัติงานสำหรับพื้นที่ดอนสามารถใช้ระยะปลูกตั้งแต่ 6 x 8 เมตร ถึง 5 x 8 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 25 - 30 ต้น
การขยายพันธุ์
กระท้อนสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ การเพาะเมล็ด การทาบกิ่ง การเสียบยอด การติดตา เดิมนิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด เนื่องจากทำได้ง่ายแต่มักจะกลายพันธุ์ ปัจจุบันไม่นิยมปลูกต้นที่เพาะจากเมล็ด แต่จะทำการเพาะเมล็ด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการทำต้นตอในการทาบกิ่งหรือติดตาเท่านั้น ส่วนการตอนก็ไม่นิยม เช่นกันเพราะปัญหาเรื่องการออกรากยาก และเมื่อตัดมาชำมักจะตายมาก
ด้วย
|
| การใช้ประโยชน์/ส่วนที่นำไปใช้ประโยชน์: | ประโยชน์
กระท้อน เป็นผลไม้มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็ง บำรุงโลหิต แก้ลมจุกเสียด เนื้อกระท้อนอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียม เหล็ก ไนอะซิน วิตามินเอ วิตามินบี 1 และวิตามินซี ใบ ผสมน้ำต้มอาบขับเหงื่อ แก้ไข้ รักษาโรคผิวหนัง ราก ใช้เป็นยาดับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้ไข้มาลาเรีย แก้บิด แก้ท้องร่วง หรือตำกับน้ำและน้ำส้มสายชู ดื่มแก้ท้องเดิน และช่วยขับลม
|
| แหล่งที่พบ: | ตำบลวันยาว |
| ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม: | น้ำกระท้อน
คุณค่าทางโภชนาการ
เนื้อผลมีสีน้ำตาล มีกรดอินทรีย์ วิตามินเอและซี ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และอื่นๆ
สรรพคุณ
1. ใบ ขับเหงื่อ ต้มอาบแก้ไข้ และรักษาโรคผิวหนัง
2. ราก แก้ท้องร่วง แก้บิด มูกเลือด และดับพิษร้อนถอนพิษไข้
|
| ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้: | ฤดูฝน |
| แหล่งที่มาของข้อมูล: | http://www.doae.go.th/library/html/detail/kraton/krain.htm |
| คำช่วยค้นหา(keyword): | กระท้อน |
| ผู้บันทึกข้อมูล: | มณีรัตน์ กุเวตัย |
| วันที่บันทึกข้อมูล: | 7/3/2010 9:25:59 PM |
| วันที่แก้ไขล่าสุด: | - |
| จำนวน view: | 4468 ครั้ง |
| สถานะการตรวจสอบ: | ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง |