ทรัพยากรชีวภาพพืช

ลูกใต้ใบ

ชื่อท้องถิ่น:ลูกใต้ใบ
ชื่อสามัญ:Luuk tai bai
ชื่อวิทยาศาสตร์:Phyllanthus amarus     Schum &Thonn.
ชื่อวงศ์:EUPHORBIACEAE
ลักษณะวิสัย/ประเภท:ไม้ล้มลุก
ลักษณะพืช:ลูกใต้ใบ เป็นไม้ล้มลุก สูง 10-60 เซนติเมตร ทุกส่วนมีรสขม โดยใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลายคี่ มีใบย่อย 23 - 25 ใบ ปลายใบมนกว้างโคนแคบ ขนาดประมาณ 0.40 X 1.00 เซนติเมตร โคนก้านใบติดกับลำต้นที่มีสีม่วงแดง 

         ดอกของลูกใต้ใบมีขนาดเล็กสีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.08 เซนติเมตร ออกตามซอกก้านใบย่อยและห้อยลง เป็นดอกแยกเพศ คือ ดอกเพศเมียมักอยู่ส่วนโคน ส่วนดอกเพศผู้มักอยู่ส่วนปลายก้านใบ 

         ผลของลูกใต้ใบจะมีทรงกลมผิวเรียบสีเขียวอ่อน ขนาดประมาณ 0.15 เซนติเมตร เกาะติดอยู่ที่ใต้โคนใบย่อย เมื่อแก่จะแตกเป็น 6 พู แต่ละพูจะมี 1 เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลรูปเสี้ยว 1/6 ของทรงกลม ขนาดประมาณ 0.10 เซนติเมตร 

ปริมาณที่พบ:
การขยายพันธุ์:ใช้เมล็ด
อธิบายวิธีการเพาะ/ขยายพันธุ์:ดินร่วนมีความชื้นเล็กน้อย
การใช้ประโยชน์/ส่วนที่นำไปใช้ประโยชน์:สรรพคุณของลูกใต้ใบ มีหลายประการ นั่นคือ

          ใช้แก้ไข้ เป็นสรรพคุณแรก ๆ ของลูกใต้ใบที่คนรู้จักกันมากที่สุดว่า สามารถแก้ไข้ได้ผลดีเยี่ยม ลูกใต้ใบ จึงมักเป็นสมุนไพรที่พระธุดงค์ มักพกติดตัวในยามออกธุดงค์ เพื่อแก้ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากอากาศที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ลูกใต้ใบ ยังสามารถแก้ไข้จากการอ่อนเพลีย ไข้จับสั่น ได้อีก โดยวิธีการใช้จะนำลูกใต้ใบไปตากแห้งเก็บใส่โหลไว้ เพื่อชงเป็นชาดื่มเวลาเกิดอาการ

          แก้ปวด แก้อักเสบ แก้ร้อนใน นอกจากลูกใต้ใบจะสามารถแก้ไข้ได้แล้ว ยังมีงานวิจัยพบว่า ลูกใต้ใบสามารถแก้อาการปวดข้อ อาการอักเสบต่าง ๆ ได้

          แก้ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเมื่อย โดยนำลูกใต้ใบมาล้างน้ำ และสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดให้แห้ง ต้มใส่หม้อดิน นำมาดื่มแทนน้ำชา

          บำรุงตับ ลดอาการตับอักเสบ หมอจีนเชื่อว่า การรับประทานลูกใต้ใบติดต่อกันนาน 1 สัปดาห์ จะช่วยกำจัดพิษออกจากตับ รักษาอาการดีซ่าน และช่วยบำรุงตับให้ดีขึ้น โดยจะนำลูกใต้ใบนี้ไปต้มกินเป็นยารักษาอาการดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง เนื่องจากมีผลวิจัยว่า สารสกัดจากลูกใต้ใบมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ เช่น เหล้า ช่วยรักษาอาการอักเสบของตับทั้งประเภทเฉียบพลันและเรื้อรัง เช่น ไวรัสตับอักเสบบี นอกจากนี้ยังช่วยปรับไขมันในตับให้เป็นปกติ และยังช่วยให้เซลล์มะเร็งตับเติบโตช้าลง แต่ไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง

          ควบคุมระดับน้ำตาล เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะมีการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดของลูกใต้ใบมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แต่มีข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวานว่า ต้องรับประทานยาแผนปัจจุบันตามแพทย์สั่ง และหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอด้วย

          ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ลดความดัน โดยหมอยาพื้นบ้านในแถบประเทศบราซิล สเปน นิยมนำลูกใต้ใบมาใช้ขับนิ่ว รักษานิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในไตได้ นอกจากนี้ยังนำลูกใต้ใบไปใช้รักษาอาการมีไข่ขาวในปัสสาวะ อาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ลดอาการบวม ช่วยคนที่เป็นโรคเก๊าท์ขับกรดยูริคออกทางปัสสาวะ 

        ขับประจำเดือน สำหรับคุณผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติ ลูกใต้ใบ ยังเป็นยาชั้นดีในการช่วยขับประจำเดือนได้อีกด้วย โดยนำต้นลูกใต้ใบมาต้มกิน แต่หากประจำเดือนมามากกว่าปกติ ให้นำรากสดของลูกใต้ใบมาตำผสมกับน้ำซาวข้าวกินจะช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ส่วนผู้ที่เป็นไข้ทับระดู ก็นำลูกใต้ใบทั้ง 5 มาล้างน้ำสะอาด นำมาตำผสมเหล้าขาว คั้นเฉพาะน้ำยามาดื่นครั้งละ 1 ถ้วยชา

          แก้อาการนมหลง สำหรับหญิงที่คลอดบุตรแล้วน้ำนมเกิดหยุดไหล หลังจากเคยไหลมาแล้ว จะเกิดอาการปวดเต้านม ซึ่งเรียกว่า อาการนมหลง ถ้าปล่อยไว้อาจกลายเป็นฝีที่นมได้ ให้นำลูกใต้ใบทั้ง 5 จำนวน 1 กำมือมาตำผสมเหล้าขาว คั้นเอาน้ำ ดื่ม 1 ถ้วยชา แล้วเอากากพอก ก็จะช่วยให้น้ำนมไหลออกมาได้

          รักษาแผล ในอินเดียนิยมนำลูกใต้ใบมาตำพอก หรือตำแล้วคั้นเอาน้ำมาทารักษาแผลสด แผลฟกช้ำ แต่หากเป็นแผลเรื้อรังจะใช้ใบตำผสมน้ำซาวข้าวมาพอกได้

          แก้คัน ตำใบของลูกใต้ใบผสมกับเกลือ แล้วนำมาทาจะช่วยแก้คันได้

          แก้เริม ใช้ลูกใต้ใบทั้งห้า ตำผสมกับเหล้าแล้วคั้นเอาน้ำยา จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำยามาแปะตรงที่เป็นเริม เพื่อให้รู้สึกเย็น แล้วจะหายปวด

          แก้ฟกช้ำ แก้ฝี ใช้ต้นสด ๆ ตำผสมกับเหล้า แล้วนำมาพอกแก้ฟกช้ำ ปวดบวมได้
แหล่งที่พบ:พบทั่วไปในเมืองไทย
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม:

 ข้อควรระวัง ในการใช้ ลูกใต้ใบ

         แม้ลูกใต้ใบจะมีสรรพคุณมากมาย และเพียงแค่นำมาต้มดื่มก็สามารถช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ได้ แต่หนึ่งข้อที่ควรระวังก็คือ ห้ามใช้ลูกใต้ใบกับหญิงมีครรภ์ เพราะลูกใต้ใบมีสรรพคุณในการขับประจำเดือน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับหญิงมีครรภ์ได้ 
นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับควรศึกษาให้ละเอียด และปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ยาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาแผนปัจจุบัน หรือยาสมุนไพร เพราะอาจเกิดผลไม่ดีต่อสุขภาพได้

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้:ทุกฤดูกาล
แหล่งที่มาของข้อมูล:-
คำช่วยค้นหา(keyword):-
ผู้บันทึกข้อมูล:Admin
วันที่บันทึกข้อมูล:5/5/2010 10:02:35 AM
วันที่แก้ไขล่าสุด:4/24/2011 6:43:11 PM
จำนวน view:588 ครั้ง
สถานะการตรวจสอบ:ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง

รูปภาพ:




^ ไปบนสุด