ทรัพยากรชีวภาพพืช

งิ้วป่า

ชื่อท้องถิ่น:งิ้วป่า
ชื่อสามัญ:งิ้วป่าดอกแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์:Bombax insigne Wall.
ชื่อวงศ์:Bombax anceps Pierre
ลักษณะวิสัย/ประเภท:ไม้ยืนต้น
ลักษณะพืช:

  ในประเทศไทยพบได้ตามป่าเบญจพรรณของทุกภาค เป็นไม้ผลัดใบ มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูงราว 15-20 เมตร เรือนยอดทรงกลมแผ่กว้าง ลำต้นเปลาตรง(ลำต้นตรงไม่คดงอ) เปลือกสีน้ำตาลอมเทา มีหนามแหลมคมทั่วทั้งลำต้น ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 5-7 ใบ ใบรูปรี ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ดอกมีสีส้มแดง แดงเหลือง หรือขาว มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ออกเป็นช่ออยู่ตามปลายกิ่ง ช่อหนึ่งๆ มีดอกราว 3-5 ดอก มีกลิ่นหอม

     ในฤดูหนาวราวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะได้ชื่นชมดอกงิ้วที่สวยงามมีกลิ่นหอม แต่จะร่วงง่าย จึงต้องเป็นผู้โชคดีจริงๆ ที่จะได้ยลโฉมดอกงิ้วสวยๆ ส่วนผลของต้นงิ้วมีลักษณะกลมรี เปลือกแข็ง ภายในผลมีเมล็ดกลมสีดำมากมายซึ่งมีปุยสีขาวหุ้มห่ออยู่ เมื่อแก่จัดผลหรือฝักนี้จะแตกออก

ปริมาณที่พบ:น้อย
การขยายพันธุ์:ใช้เมล็ด
อธิบายวิธีการเพาะ/ขยายพันธุ์:-
การใช้ประโยชน์/ส่วนที่นำไปใช้ประโยชน์:ประโยชน์ของงิ้วมีมากมาย อาทิเช่น นำมาประกอบอาหาร คนภาคเหนือและภาคอีสานนำกลีบดอกที่มีรสเปรี้ยวมาใส่ในแกงส้มหรือต้มจิ้มน้ำพริก เกสรตัวผู้นำไปผึ่งแดดให้แห้ง ใช้ปรุงแกงส้ม น้ำเงี้ยวหรือแกงแค ส่วนงิ้วดอกขาวหรือง้าว (Bombax anceps Pierre var. anceps) นิยมนำฝักอ่อนมาต้มจิ้มน้ำพริกหรือแกงส้มได้เช่นกัน

        ในด้านสมุนไพร รากช่วยขับปัสสาวะ ใช้สมานแผล แก้แผลในกระเพาะอาหาร บำรุงกำลัง เปลือกต้นแก้ท้องร่วงและบิด กระเพาะอาหารอักเสบ น้ำยางใช้ห้ามเลือด ช่วยกระตุ้นทางเพศ สมานแผล ดอกใช้รักษาผิวหนังที่ถูกไฟไหม้ แก้ไข้ ท้องร่วง บิดแผลฝีหนอง ห้ามเลือด ฟกช้ำบวม อักเสบ แก้คัน แก้กระหายน้ำ

        ส่วนเนื้อไม้ต้นงิ้วไม่ได้มีไว้ลงโทษใคร ต้นงิ้วเป็นไม้เนื้ออ่อน จึงนำมาทำดินสอ ไม้จิ้มฟัน เยื่อกระดาษได้ เปลือกต้นใช้ทำเส้นใย เชือก หลายคนอาจไม่รู้ว่าน้ำมันจากเมล็ดนำมาใช้ปรุงอาหารก็ได้ มาทำสบู่ก็ได้ และที่เด็กรุ่นใหม่หรือคนที่อยู่แต่คอนกรีตอาจไม่รู้เช่นกันว่า ปุยสีขาวจากผลต้นงิ้ว นำมาใช้ยัดหมอนและที่นอนเช่นเดียวกับนุ่น จึงอาจทำให้บางคนไขว้เขวคิดว่านุ่นและงิ้วเป็นไม้ชนิดเดียวกัน ทั้งๆที่เป็นคนละต้นกันเลย

แหล่งที่พบ:ป่าชุมชนเขาวง
ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม:

        พูดถึงต้นงิ้ว คนไทยส่วนใหญ่มีความรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมาทันที เพราะนึกถึงต้นไม้ใหญ่มีหนามแหลมคมๆ เต็มต้น แล้วพลอยนึกถึงภาพเขียนที่มีหญิงและชายเปลือยกายกำลังปีนป่ายต้นงิ้ว เนื้อตัวมีเลือดไหลทุกข์ทรมานเพราะบาดแผลจากหนามแหลมของต้นงิ้ว ซึ่งป็นภาพบทลงโทษของผู้สร้างบาปกรรมชอบทำผิดศีลข้อ ๓ นิยมผิดผัวผิดเมียหรือมักมากในกาม

         จินตนาการหรือความคิดทำนองนี้ สืบเนื่องมาจากนิทานชาดก เรื่องนางกากี ที่มีพระยาครุฑลักพาตัวไปจากพระโพธิสัตว์ นำไปสมสู่อยู่บนวิมานฉิมพลีซึ่งในภาษาบาลีหมายถึงคำว่า “สิมพลี” ที่แปลว่าต้นงิ้วป่าในภาษาไทยนั่นเอง ในนิทานยังดำเนินเรื่องว่าคนธรรพ์ได้แอบหรือลักลอบสมสู่กับนางกากีอีก ทำให้เป็นที่กล่าวร้ายผู้หญิงที่ได้หลับนอนกับผู้ชายหลายคน เปรียบเสมือนนางกากีนี่เอง
และเมื่อนำมาผูกโยงกับ “เทวทูตสูตร” ได้กล่าวไว้ว่าคนที่ทำชั่วต้องตกนรกแล้วไปปีนต้นงิ้ว จึงเป็นที่มาว่าทำไมความรู้สึกของคนต่อต้นงิ้วจึงมีภาพที่เป็นลบมากกว่าภาพที่เป็นบวก ในความเป็นจริงแล้วงิ้วป่าเป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อคนไม่น้อยเลยทีเดียว 

          

       

 

ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ได้:ฤดูแล้ง ธันวาคม-กุมภาพันธ์
แหล่งที่มาของข้อมูล:http://www.thaihof.org/frontherb
คำช่วยค้นหา(keyword): งิ้วป่าดอกแดง
ผู้บันทึกข้อมูล:ฉันท์ฐิตา ธีระวรรณ
วันที่บันทึกข้อมูล:2/16/2011 9:00:37 PM
วันที่แก้ไขล่าสุด:-
จำนวน view:4160 ครั้ง
สถานะการตรวจสอบ:ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง

รูปภาพ:




^ ไปบนสุด