โครงการของ BEDO

10 กรกฎาคม 2561

170

การตรวจประเมินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Business & Biodiversity Check)




หลักการและเหตุผล

        สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ได้ประสานความร่วมมือระหว่าง Global Nature Fund (GNF) และมูลนิธิสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (มสพภ.) โดยยึดหลักของ The EU Business @ Biodiversity Platform ที่สนับสนุนภาคธุรกิจให้มีการเตรียมความพร้อมด้านการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบของการดำเนินธุรกิจที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ภาคธุรกิจได้รับทราบถึงแนวทางในการผนวกประเด็นด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่การดำเนินงานและระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ได้ อีกทั้งเป็นการสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจ และแสดงภาพลักษณ์ที่ดีแก่สังคม


        ทั้งนี้ ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป มีแนวโน้มจะนำ Business @ Biodiversity Platform และ Business & Biodiversity Check มาใช้เป็นเครื่องมือประเมินและกำหนดเป็น  ข้อกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers: NTBs) ซึ่งจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดส่งออกของไทยในทวีปยุโรปที่มีมูลค่าส่งออกในปี ๒๕๖๐ สูงกว่า ๙๓๑,๔๗๕.๖๕ ล้านบาท ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเงื่อนไขในการประเมินที่อาจถูกกำหนดขึ้น ซึ่งช่วยให้สามารถรักษาตลาดและมูลค่าการค้าในตลาดสหภาพยุโรปให้ยั่งยืน และยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด


        ในการดำเนินงานให้สอดคล้องตามเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพในระดับประเทศ คือ แผนแม่บทบูรณาการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๔ และระดับโลก ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ๒๐๑๑-๒๐๒๐ และเป้าหมายไอจิ (Strategic Plan for Biodiversity ๒๐๑๑-๒๐๒๐ and the Aichi Targets) 


        ตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) ของสหประชาชาติ คือ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมได้อีกด้วย


เป้าหมาย/ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน

        ผู้ประกอบการภาคธุรกิจของไทยเกิดความเข้าใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ อันจะนำไปสู่การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับข้อกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีของตลาดโลกได้ในอนาคต


ระยะเวลาในการดำเนินงาน

        ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป


ผลการดำเนินงาน

๑. สร้างความตระหนักและรับรู้ในเรื่องการดำเนินธุรกิจกับความหลากหลายทางชีวภาพ โดย

  • จัดทำคู่มือภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ เล่ม และเอกสารประชาสัมพันธ์ จำนวน ๒,๐๐๐ ฉบับ (ไทย ๑,๐๐๐ ฉบับ/อังกฤษ ๑,๐๐๐ ฉบับ) 
  • การสัมมนาแนวทางการบูรณาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้ภาคธุรกิจและผู้ที่สนใจ เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ มีผู้เข้าร่วมงานสัมมนาทั้งสิ้น ๗๙ คน จาก ๒๗ หน่วยงาน และการสัมมนาสร้างความตระหนักในการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ มีผู้เข้าร่วมงานสัมมนาทั้งสิ้น ๔๐ คน จาก ๑๐ หน่วยงาน
  • ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๐ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสมาคมการท่องเที่ยว จ. กระบี่ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๐ เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน และสร้างความตระหนักแก่ภาคธุรกิจระดับต่างๆ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น


๒. ดำเนินการวิเคราะห์ฯ และจัดทำข้อเสนอแนะให้แก่ภาคธุรกิจ ดังนี้

  • ผู้ประกอบการขนาดใหญ่จำนวน ๔ แห่ง ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร (โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ จ.สระบุรี ภายใต้ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)) อุตสาหกรรมเหมืองแร่ (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด) และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี (บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด) ซึ่งปัจจุบัน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) มีการผนวกประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพเข้าในการดำเนินงานแล้ว อาทิ เช่น การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของรัฐในการศึกษาชนิดพันธุ์ในพื้นที่การดำเนินการของเหมือง/โรงงาน การจัดทำ Biodiversity Management Plan เป็นต้น   
  • ผู้ประกอบการขนาดเล็กอีกจำนวน ๖ แห่ง ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้การใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการสนับสนุนของ BEDO ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ จ.อุทัยธานี จ.พิษณุโลก จ.เชียงใหม่ จ.น่าน จ.กาฬสินธุ์ และ จ.สกลนคร
  • การลงนามความร่วมมือกับบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ต่อยอดมาจากการวิเคราะห์ผลกระทบในการดำเนินธุรกิจที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
  • อยู่ระหว่างการตรวจประเมินและวิเคราะห์ฯ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวมาจากทวีปยุโรปทั้งสิ้น ๕,๖๘๗,๑๑๗ คน (ปี พ.ศ. ๒๕๖๐) ซึ่งมากกว่าปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ถึงร้อยละ ๕.๔ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงควรให้ความสำคัญเพราะนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพจากทวีปยุโรปต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตให้ยั่งยืนขึ้น พร้อมๆ กับการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้ประกอบการธุรกิจสมุนไพร และ/หรือ เครื่องสำอาง หรือ อื่นๆ (ขนาดกลาง เล็ก และ/หรือ ย่อม (Medium Small and Micro Enterprise: MSME) ของ จ.สกลนคร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ ๑ พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔
  • จัดทำสื่อในรูปแบบอินโฟกราฟิกและวีดีทัศน์เพื่อเผยแพร่แนวคิดการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพออกไปในวงกว้างจากการขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าว จะส่งผลให้ภาคเอกชนมีความเข้าใจและตระหนักถึงบทบาทขององค์กรและยกระดับในการดำเนินธุรกิจให้เป็นมิตรต่อความหลากหลายทางชีวภาพมากยิ่งขึ้น 


        ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ๒๐๑๑-๒๐๒๐ และเป้าหมายไอจิ (Strategic Plan for Biodiversity ๒๐๑๑-๒๐๒๐ and the Aichi Targets) นั่นคือ เป้าหมาย ๔ (ภายใน ๒๐๒๐ เป็นอย่างช้ารัฐบาล ธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับต้องดำเนินขั้นตอนที่จะบรรลุความสำเร็จหรือได้ดำเนินงานตามแผน เพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน และได้รักษาระดับผลกระทบของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างดีภายในขอบเขตจำกัดที่ระบบนิเวศปลอดภัย) และบางประเด็นของเป้าประสงค์ทางกลยุทธ์ B (ลดแรงกดดันโดยตรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน) และ C (เพื่อปรับปรุงสถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฝ้าระวังรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ ชนิดพันธุ์ และพันธุกรรม) และตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable  Development Goals: SDGs) ที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้ ได้แก่ การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล (Life Below Water) และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก (Life on Land) อีกด้วย