“บันทึกการหารือความร่วมมือ (Record of Discussion on Cooperation)

ข่าวและกิจกรรม

13 มีนาคม 2562

221

“บันทึกการหารือความร่วมมือ (Record of Discussion on Cooperation)

“บันทึกการหารือความร่วมมือ (Record of Discussion on Cooperation) ระหว่างสานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) มูลนิธิสานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (มสพภ.) และ The Global Nature Fund (GNF)” ในปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรปได้นาแนวคิดด้านการวิเคราะห์ผลกระทบจากการดาเนินธุรกิจที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Business & Biodiversity Check) มาใช้ในหลายภาคธุรกิจและมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็น ข้อกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Trade Barriers: NTBs) ในอนาคต

ซึ่งหากมีการนาข้อกีดกันทางการค้านี้มาบังคับใช้อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของภาคธุรกิจไทยที่ไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งตลาดส่งออกของไทยในทวีปยุโรปที่มีมูลค่าส่งออกใน พ.ศ. 2561 สูงกว่า 607,773.7 ล้านบาท ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะเป็นแนวทางช่วยให้สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในตลาดสหภาพยุโรปให้ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดในการดาเนินงานให้สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในประเด็นการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล (Life Below Water) และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก (Life on Land) และแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ 2011-2020 และเป้าหมายไอจิ (Strategic Plan for Biodiversity 2011-2020 and the Aichi Targets) ตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) ของสหประชาชาติ เป้าหมาย 4 ระบุว่า ภายในปี 2020 เป็นอย่างช้า รัฐบาล ธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับต้องดาเนินขั้นตอนที่จะบรรลุความสาเร็จหรือได้ดาเนินงานตามแผน เพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน และได้รักษาระดับผลกระทบของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างดีภายในขอบเขตจากัดที่ระบบนิเวศปลอดภัย และบางประเด็นของเป้าประสงค์ทาง กลยุทธ์ B (ลดแรงกดดันโดยตรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน) และ C (เพื่อปรับปรุงสถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฝ้าระวังรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ ชนิดพันธุ์ และพันธุกรรม) อีกด้วย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) เป็นองค์กรที่ให้ความสาคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพเพื่อการนาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน อีกทั้งมีกิจกรรมสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือ และ/หรือ มาตรการเพื่อสนับสนุนให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

จึงมีความร่วมมือกับ The Global Nature Fund (GNF) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีที่พัฒนาโปรแกรม The EU Business @ Biodiversity Platform ร่วมกันคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งเน้นให้ภาคธุรกิจมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และใช้เป็นแนวทางขั้นต้นในการตรวจหาผลกระทบของบริษัทและหน่วยธุรกิจที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดย สพภ. ได้นำเครื่องมือ Business & Biodiversity Check ที่ GNF พัฒนาขึ้นมาดัดแปลง เพื่อใช้กับบริบทประเทศไทย และดำเนินการส่งเสริมภาคธุรกิจของไทยให้ได้เรียนรู้แนวคิดการดาเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งนี้ มูลนิธิสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจวิเคราะห์และจัดทารายงานแก่ผู้ได้รับการตรวจประเมินฯ

โดยผลงานที่ได้เป็นรายงานทางวิชาการที่ประกอบด้วยข้อเสนอแนะในการดาเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งนาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ต่อไป การลงนามในบันทึกการหารือความร่วมมือทางวิชาการฯ ดังกล่าว ถูกกำหนดขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2562 ณ ห้องประชุมปีติพงศ์พึ่งบุญ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) โดยมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนจาก มสพภ. นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นผู้แทนจาก สพภ. และ Ms.Marion Hammerl ประธานฯ เป็นผู้แทนจาก GNF โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี และมีการกำหนดบทบาท หน้าที่และวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจของประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมด้านการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน (Business & Biodiversity Initiative Thailand) ต่อไป