ข่าวและกิจกรรม

13 มีนาคม 2562

128

“บันทึกการหารือความร่วมมือ (Record of Discussion on Cooperation)

“บันทึกการหารือความร่วมมือ (Record of Discussion on Cooperation) ระหว่างสานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) มูลนิธิสานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (มสพภ.) และ The Global Nature Fund (GNF)” ในปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรปได้นาแนวคิดด้านการวิเคราะห์ผลกระทบจากการดาเนินธุรกิจที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Business & Biodiversity Check) มาใช้ในหลายภาคธุรกิจและมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็น ข้อกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Trade Barriers: NTBs) ในอนาคต

ซึ่งหากมีการนาข้อกีดกันทางการค้านี้มาบังคับใช้อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของภาคธุรกิจไทยที่ไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งตลาดส่งออกของไทยในทวีปยุโรปที่มีมูลค่าส่งออกใน พ.ศ. 2561 สูงกว่า 607,773.7 ล้านบาท ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะเป็นแนวทางช่วยให้สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในตลาดสหภาพยุโรปให้ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดในการดาเนินงานให้สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในประเด็นการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล (Life Below Water) และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก (Life on Land) และแผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ 2011-2020 และเป้าหมายไอจิ (Strategic Plan for Biodiversity 2011-2020 and the Aichi Targets) ตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) ของสหประชาชาติ เป้าหมาย 4 ระบุว่า ภายในปี 2020 เป็นอย่างช้า รัฐบาล ธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับต้องดาเนินขั้นตอนที่จะบรรลุความสาเร็จหรือได้ดาเนินงานตามแผน เพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน และได้รักษาระดับผลกระทบของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างดีภายในขอบเขตจากัดที่ระบบนิเวศปลอดภัย และบางประเด็นของเป้าประสงค์ทาง กลยุทธ์ B (ลดแรงกดดันโดยตรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน) และ C (เพื่อปรับปรุงสถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฝ้าระวังรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ ชนิดพันธุ์ และพันธุกรรม) อีกด้วย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) เป็นองค์กรที่ให้ความสาคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพเพื่อการนาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน อีกทั้งมีกิจกรรมสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือ และ/หรือ มาตรการเพื่อสนับสนุนให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

จึงมีความร่วมมือกับ The Global Nature Fund (GNF) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีที่พัฒนาโปรแกรม The EU Business @ Biodiversity Platform ร่วมกันคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งเน้นให้ภาคธุรกิจมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และใช้เป็นแนวทางขั้นต้นในการตรวจหาผลกระทบของบริษัทและหน่วยธุรกิจที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดย สพภ. ได้นำเครื่องมือ Business & Biodiversity Check ที่ GNF พัฒนาขึ้นมาดัดแปลง เพื่อใช้กับบริบทประเทศไทย และดำเนินการส่งเสริมภาคธุรกิจของไทยให้ได้เรียนรู้แนวคิดการดาเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งนี้ มูลนิธิสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจวิเคราะห์และจัดทารายงานแก่ผู้ได้รับการตรวจประเมินฯ

โดยผลงานที่ได้เป็นรายงานทางวิชาการที่ประกอบด้วยข้อเสนอแนะในการดาเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งนาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ต่อไป การลงนามในบันทึกการหารือความร่วมมือทางวิชาการฯ ดังกล่าว ถูกกำหนดขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2562 ณ ห้องประชุมปีติพงศ์พึ่งบุญ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) โดยมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนจาก มสพภ. นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เป็นผู้แทนจาก สพภ. และ Ms.Marion Hammerl ประธานฯ เป็นผู้แทนจาก GNF โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี และมีการกำหนดบทบาท หน้าที่และวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจของประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมด้านการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน (Business & Biodiversity Initiative Thailand) ต่อไป