ลิงค์เว็บไซต์หน่วยงาน

17 มกราคม 2561

529

SLBT



ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประเทศไทย โดย การสนับสนุนของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility)



๑. หลักการและเหตุผล 

ประเทศไทยจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก โดยมีพันธุ์พืชกว่า ๑๕,๐๐๐ ชนิดและสัตว์กว่า ๔,๗๒๒ ชนิด ทั้งนี้กว่า ๕๕๕ ชนิดจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย และ ๒๓๑ ชนิด จัดอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยถูกคุกคามจากการใช้ประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงขีดจำกัดและศักยภาพในการฟื้นตัว ประเทศไทยมีมาตรการในการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพและมีเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองที่ครอบคลุมกว่าร้อยละ ๓๑.๕๗ ของพื้นที่ประเทศไทย อย่างไรก็ตามความหลากหลายทางชีวภาพที่อยู่นอกเขตพื้นที่คุ้มครองจำเป็นต้องมีการจัดการให้ดำรงอยู่คู่กันไปกับการพัฒนาของมนุษย์ โดยเน้นถึงการเพิ่มศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการการอนุรักษ์ การป้องกัน การฟื้นฟู รวมถึงการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนต่อไป


๒. วัตถุประสงค์ของโครงการ

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme) ประเทศไทยได้พัฒนาโครงการต้นแบบการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในภูมินิเวศของประเทศไทย (Sustainable Management Models for Local Government Organizations to Enhance Biodiversity Protection and Utilization in Selected Eco-regions of Thailand)โครงการฯมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกระบวนการและจัดลำดับความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพโดยสอดแทรกเข้าสู่ภารกิจขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการบริหารงาน การวางแผนพัฒนา และระบบงบประมาณเพื่อสร้างความยั่งยืนของการจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในระดับท้องถิ่น


๓. พื้นที่เป้าหมาย (นำร่อง)ของโครงการฯที่ดำเนินการศึกษา  โครงการฯจะดำเนินการสาธิตในพื้นที่นำร่อง ๒ แห่ง ประกอบด้วย


๑) คุ้งบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

พื้นที่ของบางกะเจ้าถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาเกือบทั้งหมด เป็นพื้นที่โค้งเว้าจนได้รูปคล้ายกับกระเพาะหมูครอบคลุม 6 ตำบลใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้แก่ ตำบลบางกะเจ้า ตำบลบางน้ำผึ้ง ตำบลบางกอบัว ตำบลบางกระสอบ ตำบลบางยอ และ ตำบลทรงคนองจากความอุดมสมบูรณ์ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และระบบนิเวศ ปี พ.ศ.๒๕๔๙ จึงได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ให้เป็น “The Best Urban Oasis of Asia”สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของคุ้งบางกะเจ้าเป็นที่ราบลุ่ม มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น มีแหล่งน้ำที่สำคัญเหมาะแก่การทำการประมงและการเกษตร เศรษฐกิจของตำบลบางกะเจ้าส่วนใหญ่เป็นเศรษฐกิจที่มาจากภาคพื้นทางการประมงและการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจทางด้านนี้เรื่อยมา จนมาถึงในปัจจุบัน ได้มีการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรม การค้า และการพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น ทำให้การขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของตำบลมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น การใช้ที่ดินไม่ได้ใช้ในการทำประมงหรือการเกษตรอย่างเดียว ถูกใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน  เพื่อประกอบธุรกิจการค้า ทำให้เกิดปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานตามมาอย่างต่อเนื่อง


๒) ดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม   มีลักษณะเป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลองโดยมี

ลักษณะเกิดจากการทับถมของตะกอนจากแม่น้ำ ถือว่าเป็นกลไกทางธรรมชาติที่ช่วยกรองตะกอนจากแม่น้ำก่อนที่จะออกสู่ทะเล พื้นที่ดอนหอยหลอดได้รับการบรรจุในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site)ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำในลำดับที่ 1,099 โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งบนบกและในทะเลของ ตำบลบางแก้ว ตำบลบางจะเกร็ง ตำบลแหลมใหญ่ ตำบลคลองโคน อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม และจัดว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลสูงเป็นแหล่งของสัตว์น้ำทางการประมงที่มีความหลากหลายมาก เช่น หอยหลอด หอยแครง และหอยสองฝาอื่นๆ โดยเฉพาะหอยหลอดซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงและทำรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นอย่างมาก นอกจากนี้บริเวณดอนหอยหลอดและป่าชายเลนที่อยู่ใกล้เคียงเป็นแหล่งอาศัยของนกชายเลนหายากชนิด อาทิ นกกระยางเปีย นกกระสานวล เหยี่ยวแดง นกนางนวลแกลบเล็ก นกชายเลนกระหม่อมแดงในปัจจุบันนี้ความเสื่อมโทรมของดอนหอยหลอดเกิดจากหลายสาเหตุเช่นความต้องการใช้ประโยชน์จากที่ดินในเชิงพาณิชย์  มลภาวะอื่นๆในพื้นที่ได้แก่ มลพิษทางน้ำในแม่น้ำแม่กลองซึ่งมีสาเหตุต่างๆมากมาย เช่น โรงงานอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม การรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การก่อสร้างร้านอาหารยื่นออกไปในทะเล การก่อสร้างถนนและที่จอดรถเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว การจับหอยหลอดในปริมาณที่มากเกินไปและใช้วิธีการจับหอยหลอดอย่างไม่เหมาะสม รวมทั้งพฤติกรรมการทิ้งขยะไม่ถูกที่ของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้พื้นที่ศึกษารวมทั้งสิ้น ๔๓๕,๑๑๒ ไร่ (หรือคิดเป็น ๖๙,๖๑๘ เฮกเตอร์)ของพื้นที่ดินและพื้นที่ชายฝั่งมีการบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและแหล่งที่อยู่อาศัยโดยแบ่งเป็นพื้นที่ดอนหอยหลอด ๔๒๓,๗๔๓ ไร่ (๖๗,๗๙๙ เฮกเตอร์) และ คุ้งบางกะเจ้า ๑๑,๓๖๙ ไร่ (๑,๘๑๙ เฮกเตอร์)


๔. ระยะเวลาและงบประมาณ

• โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ ๔ ปี : พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒

• งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) ๑,๗๕๘,๙๐๔ เหรียญสหรัฐ

• การสนับสนุนจากรัฐบาลไทยที่ไม่ได้เป็นตัวเงิน (In-kind) วงเงิน ๗,๕๖๐,๐๐๐  เหรียญสหรัฐ


๕. องค์ประกอบ ผลสัมฤทธิ์ และผลผลิตของโครงการฯ

โครงการต้นแบบการเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในภูมินิเวศของประเทศไทยนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบ ผลสัมฤทธิ์ และผลผลิต ดังนี้

องค์ประกอบที่ ๑ : พัฒนากรอบนโยบายขององค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพในกระบวนการวางแผนพัฒนา

ผลสัมฤทธิ์ที่ ๑ กำหนดกรอบนโยบายขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการวางแผน ติดตามและปรับแนวทางการบริหารจัดการที่ดินเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ผลผลิตที่ ๑.๑ การตัดสินใจขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการวางแผนเพื่อการพัฒนาและการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานมีการบูรณาการเข้ากับหลักของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบด้วย

๑.๑.๑ จัดตั้งกลไกในการประสานงานเครือข่ายเพื่อบูรณาการการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพโดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับจังหวัดและท้องถิ่น

๑.๑.๒ ทบทวนกระบวนการขั้นตอนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาท้องถิ่นและแผนพัฒนาจังหวัด ตลอดจนพัฒนาและปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการเพื่อวัดประสิทธิภาพการทำงานโดยสอดแทรกหลักความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับภารกิจดังกล่าวซึ่งจะมีการนำดัชนีชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Health Indices)  มาพิจารณาในการประเมินความก้าวหน้า

๑.๑.๓ กำหนดนโยบายและแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้องค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพเข้าในแผนพัฒนาท้องถิ่นและแผนพัฒนาจังหวัด

๑.๑.๔ กำหนดแนวทางการแปลงนโยบายสู่ปฏิบัติผ่านการทำคู่มือให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับจังหวัดและท้องถิ่น โดยแนะนำเรื่องวิธีการในการนำนโยบายที่จะรวมดัชนีชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาและกิจกรรมการตรวจสอบ

๑.๑.๕ เสริมสร้างศักยภาพของภาครัฐในท้องถิ่นและหน่วยงานรับผิดชอบด้านกฎระเบียบข้อบังคับ เพื่อให้มีการบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพในกระบวนการวางแผนและกำหนดนโยบาย


ผลผลิตที่ ๑.๒ การติดตามตรวจสอบการบริหารจัดการและการปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อบังคับ มีศักยภาพเพิ่มขึ้น

๑.๒.๑พัฒนาระเบียบวิธีการ (Methodology) ใช้ดัชนีชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการจัดการและวางแผนพัฒนาท้องถิ่น

๑.๒.๒บูรณาการตัวชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพไว้ในข้อตกลงการประเมินผลการปฏิบัติงานและกระบวนการบริหารจัดการของจังหวัดและท้องถิ่น

๑.๒.๓พัฒนาระบบฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพที่เชื่อมโยงกับข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อการวางแผนในระดับประเทศ จังหวัดและท้องถิ่น

องค์ประกอบที่ ๒ : พัฒนาศักยภาพและความต้องการของท้องถิ่นเพื่อบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพในกระบวนการวางแผนพัฒนา

ผลสัมฤทธิ์ที่ ๒ การสาธิตโครงการพัฒนาท้องถิ่นต้นแบบที่รวมหลักการให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นำร่อง ๒ แห่ง ได้แก่ดอนหอยหลอด และคุ้งบางกะเจ้า

ผลผลิตที่ ๒.๑ การพัฒนาดัชนีชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ดอนหอยหลอดและคุ้งบางกะเจ้า โดยดำเนินการ

๒.๑.๑ศึกษาเพื่อประเมินลักษณะความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมในพื้นที่เป้าหมาย

๒.๑.๒การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์

๒.๑.๓การพัฒนาดัชนีชี้วัดความสมบรูณ์ของทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ

๒.๑.๔การพัฒนาฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ  โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ

ผลผลิตที่ ๒.๒ การดำเนินงานตามแผนพัฒนาท้องถิ่นที่บูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ดอนหอยหลอดและคุ้งบางกะเจ้า ประกอบด้วย

๒.๒.๑การจัดตั้งกลไกความร่วมมือและการประสานงานเครือข่ายในระดับตำบล เทศบาล และจังหวัดของทั้งสองพื้นที่เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้แนวทางในการบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพในการวางแผน การดำเนินการตรวจสอบของแผนพัฒนาจังหวัดและท้องถิ่น

๒.๒.๒การพัฒนาแผนการใช้ที่ดินชายฝั่งทะเลอย่างมีส่วนร่วม

๒.๒.๓การบูรณาการแผนการใช้ที่ดินชายฝั่งทะเลในแผนพัฒนาท้องถิ่นและกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

ผลผลิตที่ ๒.๓ การส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินงานตามแผนการใช้ที่ดินอย่างมีส่วนร่วมประกอบด้วย

๒.๓.๑การประเมินศักยภาพและความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพและผลกระทบสำคัญหากไม่ได้รับการพัฒนาที่ยั่งยืน

๒.๓.๒เพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจ

๒.๓.๓จัดฝึกอบรมด้านการวางแผนเชิงบูรณาการกับความหลากหลายทางชีวภาพและการควบคุมบังคับใช้กฎเกณฑ์

๒.๓.๔จัดฝึกอบรมความรู้ทางวิชาการด้านการวัดและประเมินผลความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม

ผลผลิตที่ ๒.๔ การสนับสนุนกิจกรรมการดำรงชีพที่ยั่งยืนโดยการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพโดยการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

๒.๔.๑การประเมินความเป็นไปได้ในการพัฒนากิจกรรมการดำรงชีพ

ดอนหอยหลอด : การเก็บหาหอยด้วยวิธีที่ยั่งยืนการใช้ประโยชน์จากเปลือกหอย การอบรมการพัฒนาแผนการตลาด แผนการจัดการและแผนการส่งเสริมผลิตภัณท์ที่เป็นมิตรต่อความหลากหลายทางชีวภาพการพัฒนาและการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณท์การเกษตรท้องถิ่นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

คุ้งบางกะเจ้า : การปลูกมะม่วงด้วยวิธีที่ยั่งยืน การส่งเสริมและผลักดันมะม่วงน้ำดอกไม้ “คุ้งบางกะเจ้า” ให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศการเพิ่มพื้นที่เกษตรสำหรับผลผลิตที่มีมาตรฐานรับรอง

๒.๔.๒จัดอบรมด้านพัฒนาแผนการตลาด การบริหารจัดการ และการส่งเสริมการตลาด

๒.๔.๓พัฒนามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

๒.๔.๔กำหนดแนวปฏิบัติบริหารจัดการที่ดินสำหรับการผลิตที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม

๖. โครงสร้างการบริหารโครงการ

โครงสร้างการบริหารโครงการถูกกำหนดขึ้นให้อยู่บนพื้นฐานของการสร้างหลักประกันของการบริหารจัดการที่ดีและมีธรรมาภิบาล และช่วยลดความเสี่ยงของการบริหารงานโครงการในภาพรวม ตลอดจนสามารถวางองค์ประกอบของหน่วยงานดำเนินงานในระดับต่างๆ ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขและเป้าหมายของโครงการ โดยโครงสร้างการบริหารจัดการโครงการแสดงดังนี้

๗. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๗.๑ ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการจัดทำแผนพัฒนาด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของชุมชน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการกำหนดทิศทาง โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่ม จังหวัด รวมทั้งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศโดยรวม

๗.๒ เกิดการพัฒนากลไกในการประสานการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ จัดตั้งและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนดำเนินงานเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

๗.๓ มีการพัฒนาองค์ความรู้ ระบบฐานข้อมูลที่ก่อให้เกิดการตระหนัก สร้างจิตสำนึกในคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและกระบวนการที่จะนำไปสู่การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เพื่อการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นควบคู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน