เกี่ยวกับเรา

24 ตุลาคม 2560

88

ทิศทางนโยบายขององค์การโดยผู้บริหาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์)


วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2558 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุม ปีติพงศ์พึ่งบุญ

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และผู้บริหาร สพภ. นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) เยี่ยมชมศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์และจำหน่ายสินค้าจากทรัพยากรชีวภาพ ณ ร้านฟ้าใสแกลอรี่ ชั้น 1 อาคารรัฐประศาสนภักดี ทิศใต้ และชมนิทรรศการเกี่ยวกับภารกิจของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ณ บริเวณหน้าห้องประชุมปีติพงศ์พึ่งบุญ ชั้น 9

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. กล่าวต้อนรับ แนะนำผู้บริหาร และ บรรยายสรุปงานที่สำคัญของ สพภ.
รมว.ทส. (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) ให้แนวทางและให้ขวัญกำลังใจการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ของ สพภ. ดังนี้
1. ขอชื่นชมและให้กำลังใจ ที่ผ่านมา สพภ. ได้ดำเนินการในกิจกรรม โครงการ ตามภารกิจอย่างมากมายได้อย่างดี ภายใต้งบประมาณและบุคลากรที่จำกัด ให้สำนักงานดำเนินการตามแผนงานต่อไป
– สิ่งที่สำนักงานต้องคิดต่อคือ ทำอย่างไรให้ ก.พ.ร. และ สำนักงบประมาณ มีความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญในการเพิ่มงบประมาณในการดำเนินงาน
– สำนักงานจะต้องวาดภาพอนาคต และกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานใน 3 ปี 5 ปี ข้างหน้า ให้ชัดเจนว่าในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพ ถ้าไม่ดำเนินการในเชิงรุก เช่น การเก็บรักษาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของชาติ จะเกิดความเสียหายอย่างไร
2. การนำทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพมาใช้ ให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ รักษาไว้สู่อนาคต ซึ่งจากข้อมูลที่นำเสนอ ประเทศไทยเป็นผู้มั่งคั่งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
– ทำไมเราบริหารจัดการเชิงเศรษฐกิจได้น้อย ปัญหาคืออะไร
– ถ้ารัฐบาลมีการลงทุนในเรื่องทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพอย่างจริงจังแล้ว จะสามารถสร้างโอกาสให้แก่ประเทศชาติได้อย่างไรบ้าง (คิดใหม่ ทำใหม่)
3. ปรับปรุงการจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศให้เป็นปัจจุบัน
– ต้องบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เป็นข้อมูลของประเทศที่แท้จริง
– อันดับแรกต้องบูรณาการหน่วยงานภายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อน ให้เป็นหนึ่งเดียว มาหารือกลไกการทำงานร่วมกัน
– ต่อจากนั้นไปบูรณาการต่างกระทรวง เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
4. สร้างความเป็นหุ้นส่วนในการจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในระดับอาเซียน ควรมองหาวิธีการสร้างความเป็นหุ้นส่วนในการจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ ถึงแม้เราจะต้องแข่งขันไปพร้อมๆกันก็ตาม
5. การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระทรวงแบบไร้รอยต่อ ในเรื่อง การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ รวมไปถึง Biobank ให้ชูประเด็นว่าเป็นโอกาสของประเทศอย่างไร แต่ปัจจุบันเราขาดกลไกการทำงาน ดังนั้นต้องมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระทรวงแบบไร้รอยต่อ เมื่อข้อมูลพร้อมแล้วจะต้องนำเสนอเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบและพิจารณาการทำงานต่อไป
6. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับในสังคมไทยในสิ่งที่สำนักงาน ดำเนินการอยู่และกำลังจะพัฒนาต่อไปในอนาคต

รัฐมนตรีสอบถามเพิ่มเติมว่า Biobank คืออะไร
ผู้เชี่ยวชาญ สพภ. (รศ.ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
1) ในเวทีโลกที่เจนีวา มีการพูดถึงการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมในระหว่าง 2 ขั้วที่มีความแตกต่างกัน คือ ประเทศที่เจริญ ซึ่งมักจะมีทรัพยากรน้อยก็จะมีการออกกฎระเบียบต่างๆ มาบังคับกับประเทศที่ยังไม่พัฒนา ซึ่งเป็นส่วนที่มีทรัพยากรมาก เป็นผลให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีความตื่นตัวในเรื่องการเก็บรักษาทรัพยากร หวงแหนทรัพย์สินของตน แม้แต่ประเทศที่เจริญน้อยกว่าไทยก็ล้วนมีการลงทุนในเรื่องการศึกษารวบรวมว่าประเทศของตนมีอะไร อยู่ที่ไหน และจะเก็บทรัพยากรสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นให้มีชีวิตชั่วลูกชาวหลานอย่างไร เราเรียกส่วนนี้ว่า BIOBANK ขณะที่ประเทศที่เจริญมากๆอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ศึกษาเรื่องนี้มานาน พัฒนาการเก็บรักษาเชื้อพันธุ์แบบระยะยาว หรือที่เรียกว่า cryopreservation ไว้จนสมบูรณ์ มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ มาขายในราคาแพงให้แก่ประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า
2) การจะมี BIOBANK ที่สมบูรณ์นอกจากจะมีของจริงเก็บแล้ว ระบบฐานข้อมูลก็มีความสำคัญมาก ในการเชื่อมโยงว่าสิ่งที่เราเก็บไว้นั้นมาจากไหน เมื่อไหร่ ใครเก็บรักษา และมีการถูกนำเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้มีอยู่ในประเทศไทย เป็นทรัพย์สมบัติของชาติไทย และมีหน้าตา ข้อมูลเป็นอย่างไร
3) การจะอนุรักษ์อย่างเดียวนั้น ยังไม่มีประโยชน์มากพอ หากไม่มีการศึกษาว่าสิ่งที่เก็บไว้นั้นมีคุณค่าและสามารถสร้างมูลค่าในทางเศรษฐกิจอย่างไร ดังนั้น งานวิจัยจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะสำนักงานมีภารกิจในการพัฒนาเศรษฐกิจดังนั้นจึงต้องรู้ว่าทรัพยากรชนิดใดมีคุณสมบัติหรือสามารถเอามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันของประเทศ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการวิจัยทั้งสิ้น
4) ที่ปรึกษา สพภ. (นายอภิชาต ทองอยู่) ได้เสริมว่า อุตสาหกรรมและธุรกิจโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ทรัพยากรชีวภาพทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งที่สำนักงานกำลังดำเนินงานอยู่ก็เป็นงานที่สร้างโอกาสแก่ประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญ สพภ. (ดร.ชวาล ทัฬหิกรณ์)
ได้เสนอขอรับการสนับสนุนจาก รมว.ทส. ผลักดันการแก้กฎหมาย เรื่อง การจำหน่าย (ส่งออก) งูสวยงาม
———————————————————————————–

เจตจำนงค์การบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตของผู้อำนวยการ สพภ. (นางจุฬารัตน์ นิรัติยศกุล)

downalod-pdf