เกี่ยวกับเรา

24 ตุลาคม 2560

30

ทิศทางนโยบายขององค์การโดยผู้บริหาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์)


วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2558 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุม ปีติพงศ์พึ่งบุญ

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และผู้บริหาร สพภ. นำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) เยี่ยมชมศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์และจำหน่ายสินค้าจากทรัพยากรชีวภาพ ณ ร้านฟ้าใสแกลอรี่ ชั้น 1 อาคารรัฐประศาสนภักดี ทิศใต้ และชมนิทรรศการเกี่ยวกับภารกิจของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ณ บริเวณหน้าห้องประชุมปีติพงศ์พึ่งบุญ ชั้น 9

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. กล่าวต้อนรับ แนะนำผู้บริหาร และ บรรยายสรุปงานที่สำคัญของ สพภ.
รมว.ทส. (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) ให้แนวทางและให้ขวัญกำลังใจการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ของ สพภ. ดังนี้
1. ขอชื่นชมและให้กำลังใจ ที่ผ่านมา สพภ. ได้ดำเนินการในกิจกรรม โครงการ ตามภารกิจอย่างมากมายได้อย่างดี ภายใต้งบประมาณและบุคลากรที่จำกัด ให้สำนักงานดำเนินการตามแผนงานต่อไป
– สิ่งที่สำนักงานต้องคิดต่อคือ ทำอย่างไรให้ ก.พ.ร. และ สำนักงบประมาณ มีความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญในการเพิ่มงบประมาณในการดำเนินงาน
– สำนักงานจะต้องวาดภาพอนาคต และกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานใน 3 ปี 5 ปี ข้างหน้า ให้ชัดเจนว่าในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพ ถ้าไม่ดำเนินการในเชิงรุก เช่น การเก็บรักษาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของชาติ จะเกิดความเสียหายอย่างไร
2. การนำทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพมาใช้ ให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ รักษาไว้สู่อนาคต ซึ่งจากข้อมูลที่นำเสนอ ประเทศไทยเป็นผู้มั่งคั่งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
– ทำไมเราบริหารจัดการเชิงเศรษฐกิจได้น้อย ปัญหาคืออะไร
– ถ้ารัฐบาลมีการลงทุนในเรื่องทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพอย่างจริงจังแล้ว จะสามารถสร้างโอกาสให้แก่ประเทศชาติได้อย่างไรบ้าง (คิดใหม่ ทำใหม่)
3. ปรับปรุงการจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศให้เป็นปัจจุบัน
– ต้องบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้เป็นข้อมูลของประเทศที่แท้จริง
– อันดับแรกต้องบูรณาการหน่วยงานภายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อน ให้เป็นหนึ่งเดียว มาหารือกลไกการทำงานร่วมกัน
– ต่อจากนั้นไปบูรณาการต่างกระทรวง เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
4. สร้างความเป็นหุ้นส่วนในการจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพในระดับอาเซียน ควรมองหาวิธีการสร้างความเป็นหุ้นส่วนในการจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ ถึงแม้เราจะต้องแข่งขันไปพร้อมๆกันก็ตาม
5. การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระทรวงแบบไร้รอยต่อ ในเรื่อง การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ รวมไปถึง Biobank ให้ชูประเด็นว่าเป็นโอกาสของประเทศอย่างไร แต่ปัจจุบันเราขาดกลไกการทำงาน ดังนั้นต้องมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระทรวงแบบไร้รอยต่อ เมื่อข้อมูลพร้อมแล้วจะต้องนำเสนอเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบและพิจารณาการทำงานต่อไป
6. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับในสังคมไทยในสิ่งที่สำนักงาน ดำเนินการอยู่และกำลังจะพัฒนาต่อไปในอนาคต

รัฐมนตรีสอบถามเพิ่มเติมว่า Biobank คืออะไร
ผู้เชี่ยวชาญ สพภ. (รศ.ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
1) ในเวทีโลกที่เจนีวา มีการพูดถึงการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมในระหว่าง 2 ขั้วที่มีความแตกต่างกัน คือ ประเทศที่เจริญ ซึ่งมักจะมีทรัพยากรน้อยก็จะมีการออกกฎระเบียบต่างๆ มาบังคับกับประเทศที่ยังไม่พัฒนา ซึ่งเป็นส่วนที่มีทรัพยากรมาก เป็นผลให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีความตื่นตัวในเรื่องการเก็บรักษาทรัพยากร หวงแหนทรัพย์สินของตน แม้แต่ประเทศที่เจริญน้อยกว่าไทยก็ล้วนมีการลงทุนในเรื่องการศึกษารวบรวมว่าประเทศของตนมีอะไร อยู่ที่ไหน และจะเก็บทรัพยากรสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นให้มีชีวิตชั่วลูกชาวหลานอย่างไร เราเรียกส่วนนี้ว่า BIOBANK ขณะที่ประเทศที่เจริญมากๆอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ศึกษาเรื่องนี้มานาน พัฒนาการเก็บรักษาเชื้อพันธุ์แบบระยะยาว หรือที่เรียกว่า cryopreservation ไว้จนสมบูรณ์ มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ มาขายในราคาแพงให้แก่ประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า
2) การจะมี BIOBANK ที่สมบูรณ์นอกจากจะมีของจริงเก็บแล้ว ระบบฐานข้อมูลก็มีความสำคัญมาก ในการเชื่อมโยงว่าสิ่งที่เราเก็บไว้นั้นมาจากไหน เมื่อไหร่ ใครเก็บรักษา และมีการถูกนำเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้มีอยู่ในประเทศไทย เป็นทรัพย์สมบัติของชาติไทย และมีหน้าตา ข้อมูลเป็นอย่างไร
3) การจะอนุรักษ์อย่างเดียวนั้น ยังไม่มีประโยชน์มากพอ หากไม่มีการศึกษาว่าสิ่งที่เก็บไว้นั้นมีคุณค่าและสามารถสร้างมูลค่าในทางเศรษฐกิจอย่างไร ดังนั้น งานวิจัยจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะสำนักงานมีภารกิจในการพัฒนาเศรษฐกิจดังนั้นจึงต้องรู้ว่าทรัพยากรชนิดใดมีคุณสมบัติหรือสามารถเอามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางการแข่งขันของประเทศ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการวิจัยทั้งสิ้น
4) ที่ปรึกษา สพภ. (นายอภิชาต ทองอยู่) ได้เสริมว่า อุตสาหกรรมและธุรกิจโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ทรัพยากรชีวภาพทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งที่สำนักงานกำลังดำเนินงานอยู่ก็เป็นงานที่สร้างโอกาสแก่ประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญ สพภ. (ดร.ชวาล ทัฬหิกรณ์)
ได้เสนอขอรับการสนับสนุนจาก รมว.ทส. ผลักดันการแก้กฎหมาย เรื่อง การจำหน่าย (ส่งออก) งูสวยงาม
———————————————————————————–

สารจากผู้อำนวยการ สพภ. (นางจุฬารัตน์ นิรัติยศกุล)


“ในฐานะที่เป็นผู้นำขององค์กร ขอประกาศเจตจำนงว่า จะบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม และจะปรับปรุงพัฒนาระบบบริหารงานภายในที่มีอยู่แล้ว ให้มีมาตรฐาน รัดกุม ถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การดำเนินงานของบุคลากรของ สพภ. ทุกคน ในทุกขั้นตอน จะเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่สำคัญ สพภ. จะต้อง “ปลอดจากการทุจริต” หรือแม้แต่ “สุจริตแต่ผิดระเบียบ” ก็เป็นเรื่องที่จะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้”